web analytics
หน้าแรก ผู้เขียน โพสต์ของ กระเบื้องขายส่ง ราคาถูก

กระเบื้องขายส่ง ราคาถูก

16 โพสต์ 0 ความคิดเห็น

5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง

เมื่อคุณสร้างบ้านจนมาถึงขั้นตอนของการปูพื้นกระเบื้องและผนัง เรื่องที่คุณควรรู้จะมีอยู่ด้วยกันหลายเรื่องเลยทีเดียว เพื่อทำให้รู้ทันช่างที่เข้ามาปูกระเบื้องและสามารถดูได้ว่าช่างลักไก่ต่องานกระเบื้องที่ทำอยู่หรือไม่ ซึ่งข้อควรรู้นี้ไม่ใช่แค่เพียงเจ้าของบ้านใหม่เท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่ต้องการรื้อกระเบื้องเดิมแล้วปูใหม่ควรต้องรู้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงขอแนะนำ 5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ก่อนจะทำการปูกระเบื้องพื้นและผนังให้ออกมาสวยตรงใจ ให้การใช้งานได้ยาวนาน ดังนี้

width=

1.กระเบื้องแบบไหนที่ต้องการ

5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง
5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง

เรื่องแรกที่คุณต้องรู้ คือ ควรเลือกใช้กระเบื้องแบบไหน โดยพื้นกระเบื้องจะถูกแบ่งออกทั้งกระเบื้องพื้น, กระเบื้องผนัง,  กระเบื้องสระว่ายน้ำหรือโซนซักล้าง ส่วนของกระเบื้องพื้นจะถูกแบ่งออกเป็นกระเบื้องภายใน, กระเบื้องภายนอก และกระเบื้องโรงจอดรถ  นอกจากนี้ยังมีประเภทของกระเบื้องที่แตกออกอีกหลากหลายรูปแบบ มีทั้งกระเบื้องเซรามิค, กระเบื้องแกรนิตโต้, กระเบื้องยาง และกระเบื้องที่ใช้วัสดุสังเคราะห์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เรื่องนี้คุณจึงควรต้องศึกษาให้ดีว่ากระเบื้องประเภทใดที่เหมาะสมต่อทั้งงบประมาณและความต้องการส่วนตัวของคุณมากที่สุด เพราะแต่ละประเภทจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ทั้งยังให้รูปแบบการใช้งานที่ค่อนข้างแตกต่างกันอีกด้วย

แชทกับเราผ่านทาง Facebook คลิกได้เลย

2.วิธีการตรวจรับงานกระเบื้อง

5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง
5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง

การศึกษาเรื่องวิธีการตรวจรับงานกระเบื้องของช่าง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณควรรู้ด้วยเช่นกัน เพราะเจ้าของบ้านหลายหลังที่ไม่มีความรู้ในด้านการตรวจรับงานอาจพลาดท่าช่างที่ไม่มีฝีมือ หรือรีบจะส่งงานจนทำให้เกิดปัญหาความเสียหายของกระเบื้องที่เร็วเกินไป ดังนั้นคุณจึงควรตรวจสอบพื้นกระเบื้องและกระเบื้องผนังให้ดีทุกส่วน ทุกห้อง โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจเรื่องของลวดลายกับสีกระเบื้องที่ต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง มีสีที่เท่าเทียมกัน จากนั้นให้ตรวจดูว่าระดับของกระเบื้องเท่าเทียมกันหรือไม่ ตรวจดูความลาดเอียง โดยสามารถใช้เหรียญ 10 บาท วางที่ขอบหรือมุมของกระเบื้องที่อยู่ใกล้เคียงกัน รวมไปถึงการใช้วิธีเคาะฟังเสียง ถ้าตรงจุดใดมีเสียงกลวงนั่นอาจหมายถึงโพรงใต้กระเบื้องที่เกิดจากช่างเติมปูนไม่เต็มแผ่น ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจทำให้กระเบื้องโก่ง กระเบื้องระเบิด กระเบื้องล่อน หรือการแตกหักเสียหายและการบิ่นในอนาคตได้ง่าย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากเราผ่านทางแฟนเพจ คลิกได้เลย

3.ศึกษาวิธีปูกระเบื้องแต่ละแบบ

5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง
5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง

อีกหนึ่งเรื่องที่เจ้าของบ้านควรศึกษาไว้ คือ วิธีการปูกระเบื้องของช่างที่จะไม่เหมือนกัน ซึ่งการปูกระเบื้องนั้นจะมีหลัก ๆ อยู่ 3 วิธีที่ช่างทั่วไปใช้กัน คือ การปูพื้นกระเบื้องแบบซาลาเปา คือ การใช้ปูนโปะที่บริเวณกลางหลังของกระเบื้อง แต่จะไม่ได้เกลี่ยไปทั้งแผ่น จากนั้นจะนำลงโปะแล้วกดเพื่อให้เนื้อของปูนเท่ากันไปทั้งแผ่น ซึ่งวิธีนี้ช่างจะใช้กันมากเพราะสะดวกและจะไม่ทำให้พื้นกระเบื้องเลอะ แต่ให้ข้อเสียหลากหลายด้านเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการปูกระเบื้องกึ่งเปียกและการปูกระเบื้องด้วยปูนกาวซีเมนต์ ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้ จะมีคุณภาพมากกว่าและทำให้เกิดการติดทนนานได้ดีกว่าเดิม

4.เลือกช่างที่ไว้ใจได้

5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง
5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม คือ การเลือกช่างหรือผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้เท่านั้น เรื่องนี้ถือว่ายากอย่างมาก ดังนั้นจึงควรดูรีวิวจากผู้ว่าจ้างจริงหรือการเลือกช่างและผู้รับเหมาที่เคยมีผู้อื่นใช้บริการมาก่อน แล้วเป็นการแนะนำบอกต่อ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องกังวลใจเรื่องการทิ้งงานหรือการปูกระเบื้องที่ไม่มีคุณภาพ นอกจากนี้ตัวคุณเองควรเข้าไปดูและสังเกตวิธีการปูกระเบื้องทั้งพื้นและผนังของช่างบ่อยครั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่าช่างใช้วิธีการที่ดีและถูกต้องหรือไม่ ซึ่งถ้าคุณพบว่าช่างใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง คุณจะสามารถยกเลิกจ้างได้เร็ว จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายที่มากจนเกินไป

5.รู้วิธีดูเกรดกระเบื้อง

5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง
5 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องพื้นและผนัง

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกระเบื้องด้วยตัวคุณเองหรือให้ช่างเป็นผู้ซื้อ คุณควรรู้จักวิธีตรวจสอบเลขและสัญลักษณ์ข้างกล่องกระเบื้อง เพื่อทำให้รู้ว่าคุณได้รับกระเบื้องในเกรดที่มีคุณภาพ พร้อมกับมีเฉดสีหรือลวดลาย รวมไปถึงขนาดที่ตรงตามต้องการหรือไม่ โดยด้านข้างของแพ็คเกจกระเบื้องจะมีการบอกเฉดสีเป็นตัวเลขและมีสัญลักษณ์ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นการบอกไซส์ เช่น ถ้ามีการขึ้นเลข 75 ให้คุณจำเลขนี้ไว้ เพื่อการซื้อครั้งต่อไปจะเลือกสี 75 เหมือนกัน ส่วนตัวอักษรภาษาอังกฤษอย่าง Size S, M และ L จะเป็นการบอกถึงขนาด ให้คุณจดจำไว้ด้วยเช่นกัน เพื่อที่คุณจะได้ไปซื้ออย่างถูกต้อง

มาดูความสายงามของ-กระเบื้องปูพื้น-ที่สวยไม่เหมือนใคร
มาดูความสายงามของ-กระเบื้องปูพื้น-ที่สวยไม่เหมือนใคร

ก่อนจะทำการปูกระเบื้องทั้งพื้นและผนัง คุณควรรู้ทั้ง 5 เรื่องนี้ก่อนและควรศึกษาวิธีการปูกระเบื้อง การตรวจสอบงานกระเบื้อง และเรื่องสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการปูกระเบื้องทั้งหมด เพื่อทำให้คุณไม่ต้องกังวลใจมากนัก พร้อมการเป็นความรู้ที่จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ดีในอนาคต

วิธีเลือกกระเบื้องสระว่ายน้ำ และขั้นตอนการปูกระเบื้องที่ควรรู้

สระว่ายน้ำภายในบ้าน ภายในโรงแรม รีสอร์ส ในสถานศึกษา หรืออื่น ๆ  นอกจากเป็นสถานที่ออกกำลังกาย เพื่อพักผ่อนหรือทำกิจกรรมบำบัดต่าง ๆ แล้ว สระว่ายน้ำที่ออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม ยังช่วยเสริมสร้างความโดดเด่นให้กับบ้านและสถานที่ต่าง ๆ เหล่านั้นอีกด้วย หากใครกำลังวางแผนสร้างสระว่ายน้ำสวย ๆ วันนี้ เดอะตรีทัช มีความรู้มามอบให้อีกเช่นเคยครับ

วิธีเลือกกระเบื้องสระว่ายน้ำ

วัสดุที่ช่วยเสริมหรือตกแต่งให้สระว่ายน้ำมีความโดดเด่น สวยงาม มีหลายประเภท แต่ละประเภทมีความสวยงามและมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการนำไปใช้รวมทั้งเหมาะกับสไตล์การตกแต่งทีแตกต่างกัน สำหรับกระเบื้องปูสระว่ายน้ำที่ได้รับความนิยมมีหลายประเภท และวิธีเลือกใช้กระเบื้องสระว่ายน้ำ มีสิ่งที่ควรพิจารณา ดังนี้

ประเภทของกระเบื้อง กระเบื้องสระว่ายน้ำที่ได้รับความนิยม เช่น

  • กระเบื้องหินธรรมชาติ เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง คงทน และมีความสวยอย่างมีเอกลักษณ์จากลวดลายของหิน กระเบื้องสระว่ายน้ำจากหินธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นหินนำเข้า การเลือกกระเบื้องหินประเภทนี้สิ่งที่จะช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ
  • กระเบื้องดินเผา เป็นกระเบื้องที่มีทำมาจากดินเหนียวแล้วนำไปเผาตามกระบวนการ จนได้กระเบื้องที่มีคุณภาพและการผลิตที่ได้มาตรฐานก่อนนำออกมาจำหน่าย
  • กระเบื้องกระจกแก้ว เป็นวัสดุที่มีมีลักษณะแบบเดีวกับกระเบื้องโมเสค คือมีผิวเคลือบเป็นแก้ว มีความเงางาม สวยงาม หรู มีระดับ และดูมีราคาแพง
  • กระเบื้องโมเสค เป็นกระเบื้องแก้วหรือกระเบื้องเซรามิกขนาดเล็ก ที่มีหลายสี หลายขนาดและหลายรูปทรงให้เลือก เช่น สี่เหลี่ยมผืนผ้า วงกลม หรือหกเหลี่ยม
  • กระเบื้องหินทราย Travertine เป็นหินที่เกิดจากการตกตะกอนทางเคมีตามธรรมชาติของแร่ธาตุคาร์บอเนต และเป็นหินที่มีรูพรุนอยู่ด้านในทำให้มีน้ำหนักเบา แต่อายุการใช้งานยาวนาน
  • หินแกรนิต เป็นหินธรรมชาติ แต่ละแผ่นจะมีสีสันและลวดลายเฉพาะตัว ขนาดของหินแกรนิตมีทั้งแบบแผ่นสำเร็จรูปและสั่งตัดตามการใช้งาน
  • กระเบื้องหินบะซอล สำหรับปูสระว่ายน้ำเป็นหินจากธรรมชาติส่วนใหญ่มีสีเทาถึงสีดำ มีลักษณะความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ การเลือกใช้มีทั้งขนาดสำเร็จ และสามารถสั่งตัดขนาดตามความต้องการ
  • กระเบื้องเคนไซ เป็นกระเบื้องที่มีความแข็งแรง เพราะเป็นการเผาด้วยอุณหภูมิสูง สามารถรองรับการใช้งานหนักได้ดี และยังมีให้เลือกหลากหลายทั้งขนาด สี และลวดลาย เหมาะสำหรับการปูสระน้ำหรือตกแต่งสระน้ำได้ทุกสไตล์

การเลือกสีและลวดลายของกระเบื้อง

วิธีเลือกกระเบื้องสระว่ายน้ำที่สำคัญและจะต้องนำมาพิจารณาประกอบก็คือ การเลือกสีเลือกลวดลายของกระเบื้อง นอกจากโทนสีต่าง ๆ จะให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย สร้างบรรยากาศให้สวยงามแตกต่างกันแล้ว ลวดลายของกระเบื้องยังเหมาะกับสไตล์การตกแต่งที่แตกต่างกันด้วย เช่น

วิธีเลือกกระเบื้องสระว่ายน้ำ-และขั้นตอนการปูกระเบื้องที่ควรรู้
วิธีเลือกกระเบื้องสระว่ายน้ำ-และขั้นตอนการปูกระเบื้องที่ควรรู้
วิธีเลือกกระเบื้องสระว่ายน้ำ-และขั้นตอนการปูกระเบื้องที่ควรรู้
  1. กระเบื้องโทนสีฟ้า ทั้งสีฟ้าอ่อนและฟ้าเข้ม หรือสีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกสดชื่น สดใส
  2. กระเบื้องสระว่ายน้ำโทนสีเขียว หรือสีเขียวเทอร์ควอยซ์ ให้ความรู้สึกสดชื่น และผ่อนคลายและยังให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
  1. กระเบื้องสระว่ายน้ำโทนสีเทา เป็นโทนสีที่มีความคลาสสิค จะให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา ดูทันสมัย
  1. กระเบื้องสระว่ายน้ำโทนสีดำ โทนสีนี้อาจเป็นสีที่ดูลึกลับ แต่เมื่อนำกระเบื้องโทนสีดำมาใช้หรือตกแต่งสระว่ายน้ำ ยังให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เรียบง่าย แต่แข็งแรง และดูลึกลับ
  1. กระเบื้องสระว่ายน้ำโทนสีขาว โทนสีขาวจะทำให้มองเห็นสีของน้ำในสระเป็นสีฟ้าอ่อน เพิ่มความสดใส และสนุกตื่นเต้นในขณะทำกิจกรรมหรือขณะว่ายน้ำ สระน้ำดูกว้างขวาง สะอาด และสบายตา

ขั้นตอนการปูกระเบื้องที่ควรรู้

สำหรับขั้นตอนการปูกระเบื้องสระว่ายน้ำมีองค์ประกอบหลัก ๆ ที่ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบและขั้นตอนในการทำงาน ดังนี้

  1. การปรับระดับพื้นและฉาบพื้นผิว ขั้นตอนนี้ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 วัน
  2. ขั้นตอนทำระบบกันซึม ทากันซึมแนวตั้ง และแนวนอนสองรอบ จากนั้นรอให้กันซึมแห้งอีกใช้ระยะเวลาทำงานประมาณ 7 วัน
  1. ขั้นตอนการปูกระเบื้องพร้อมยาแนวใช้ระยะเวลาทำงาน ประมาณ 7-10 วัน
  2. หลังปูกระเบื้องสระว่ายน้ำเสร็จทิ้งไว้ 5วัน สระพร้อมเติมน้ำทันที เพื่อไม่ให้สระที่ปูแล้วกระเบื้องเกิดการระเบิด เนื่องจากปล่อยให้สระน้ำโดนอุณหภูมิ ที่ร้อนจัดจนเกินไป
  1. ตรวจสอบรอยรั้ว และความสมบูรณ์ของการใช้งานปัจจุบันการสร้างสระว่ายน้ำส่วนตัวไว้ภายในบ้าน ทำได้ไม่ยากและไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากนัก

เพราะสามารถเลือกวัสดุหรือเลือกประเภทของกระเบื้องปูสระว่ายน้ำ ให้เหมาะกับขนาดของสระและประโยชน์ในการใช้งาน รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อกระเบื้องสระว่ายน้ำยังสามารถศึกษาได้จาก

การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?

วัสดุสำหรับการปูพื้นอย่างกระเบื้อง มีความสำคัญที่นอกเหนือจากความสวยงาม คือ การใช้งานที่มีความปลอดภัย ให้ความเหมาะสมต่อพื้นที่และช่วยทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านได้รับความสะดวกมากที่สุด โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ สำหรับการปูกระเบื้องพื้นจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ การปูกระเบื้องพื้นภายในบ้านและกระเบื้องพื้นนอกบ้าน ที่จำเป็นจะต้องมีวิธีการปูที่แตกต่างกันออกไป เพื่อทำให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ความแตกต่างของการปูพื้นกระเบื้องภายในและภายนอก

การปูกระเบื้องพื้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีเทคนิคการปูของช่างที่ดีและมีฝีมือ เพื่อทำให้งานออกมาสวยและการใช้งานมีประสิทธิภาพ พื้นกระเบื้องมีเนื้อปูนแน่น จึงไม่ก่อให้เกิดโพรงใต้พื้น ที่สำคัญคือการปูทั้งภายในและภายนอก มักจะทำแตกต่างกันในบางส่วน เพราะการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นความแตกต่างของการปูพื้นกระเบื้องทั้งภายในและภายนอก จะมีดังนี้

  • กระเบื้องปูพื้นภายนอกจำเป็นต้องเลือกวัสดุที่มีความแข็งแกร่งและพื้นผิวที่ค่อนข้างหยาบ เพื่อป้องกันความลื่น ส่วนกระเบื้องพื้นภายในจะเน้นความสวยงาม พื้นผิวมันวาว และไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุที่แข็งแกร่งมากนัก
  • กระเบื้องใช้ภายนอก ควรใช้เป็นกระเบื้องซีเมนต์, กระเบื้องเลียนแบบเนื้อหิน, แผ่นหินกาบ และกระเบื้องสำหรับการแต่งสวน เป็นต้น แต่กระเบื้องภายในสามารถใช้ได้เป็นกระเบื้องหินอ่อน, กระเบื้องยางลายไม้, กระเบื้องไวนิล หรือกระเบื้องแกรนิตโต้ได้ ดังนั้นกระเบื้องพื้นภายในจึงมีให้เลือกหลากหลายกว่า
  • สีสันและลวดลายของกระเบื้องปูพื้นภายนอก จะมีให้เลือกน้อยกว่ากระเบื้องพื้นภายใน
  • การปูพื้นกระเบื้องภายนอกจะต้องใช้ปูนคุณภาพสูง และจะต้องเป็นปูนกาวปูกระเบื้องโดยเฉพาะเท่านั้น เนื่องมาจากพื้นภายนอกจะต้องทนทานต่อการรับน้ำหนัก ทนต่อสภาวะอากาศ และการทำความสะอาดบ่อยครั้ง
  • การปูกระเบื้องพื้นภายในจะต้องใช้ปูนกาวปูกระเบื้องที่กระจายเต็มหน้าแผ่น เพื่อลดปัญหาการเป็นโพรงใต้พื้น แต่จะใช้เนื้อปูนไม่มากเท่ากับการปูพื้นกระเบื้องภายนอก

แนะนำวัสดุปูพื้นภายนอกบ้านที่ได้รับความนิยม

วัสดุที่ใช้ในการทำพื้นกระเบื้อง สำหรับการปูพื้นภายนอกจะมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ เพื่อทำให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงควรเลือกให้เหมาะสมต่อความต้องการ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยครั้งและไม่เสี่ยงต่อความเสียหายเร็วจนเกินไป ดังนั้นจึงขอแนะนำ 4 วัสดุปูพื้นภายนอกของบ้านที่ได้รับความนิยม คือ

1.กระเบื้องซีเมนต์

การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?
การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?

กระเบื้องซีเมนต์ถือเป็นกระเบื้องที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งานนอกบ้านมากที่สุด โดยจะมาในรูปแบบของแผ่นปูพื้น, แผ่นกระเบื้องพื้นภายนอก, แผ่นทางเท้า หรือแผ่นกระเบื้องสำหรับการแต่งสวน เป็นต้น จะมีชั้นพื้นผิวที่ค่อนข้างหนา มีความหยาบและมีความหนาของแผ่นเริ่มต้นที่ 3.5 เซนติเมตร รองรับแรงกดได้ดีและมีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก พร้อมไปด้วยการมีลวดลายและสีสันให้เลือกอย่างหลากหลาย

2.กระเบื้องคอนกรีต

การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?
การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?

กระเบื้องคอนกรีตสำหรับปูพื้นภายนอก ผิวหน้าจะมีลักษณะของกระเบื้องที่ค่อนข้างละเอียดและเนื้อเนียน พร้อมให้สีสันและลวดลายที่สมจริง พื้นผิวหยาบและจะมีด้วยกันหลายรูปทรง ไม่ใช่แค่เพียงสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือผืนผ้าเท่านั้น แต่ยังมีรูปทรงหกเหลี่ยมและรูปทรงใบไม้เพิ่มขึ้นมา เพื่อทำให้เกิดความหลากหลายในการใช้งานมากขึ้น พร้อมการใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่เพื่อเคลือบพื้นผิวให้ทนทานต่อความร้อนของแสงแดดได้มากขึ้น

3.พื้นหินธรรมชาติ

การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?
การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?

พื้นหินธรรมชาติ คือ การนำหินต่าง ๆ มาเป็นงานศิลปะที่สวยงามบนพื้นนอกบ้าน พร้อมการใช้ปูนกาวซีเมนต์ในการยึด  โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมเป็นหินกาบ, หินกรวด และหินทราย ที่ถูกนำมารวมกันจนกลายเป็นแผ่นพื้นที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย ให้ผิวสัมผัสหยาบกระด้างแบบธรรมชาติ จึงเหมาะต่อโซนซักล้าง สระว่ายน้ำ และส่วนพื้นนอกบ้านทั้งหมด

4.ไม้ระแนง

การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?
การปูกระเบื้องพื้นภายในกับภายนอก แตกต่างกันหรือไม่?

พื้นแบบไม้ระแนงจะให้ความสวยของลวดลายและสีสันไม้ที่เสมือนจริง จึงเพิ่มความเรียบหรูให้มากขึ้น ทั้งยังทำความสะอาดง่าย แต่จะให้ความแข็งแรงทนทานดี ไม่สึกหรอง่าย ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้ลื่น เพราะพื้นผิวไม้ระแนงจะให้สัมผัสแบบไม้จริงที่มีความหยาบเล็กน้อย จึงใช้งานนอกบ้านได้อย่างปลอดภัย

วัสดุสำหรับการปูพื้นภายนอกบ้าน ไม่ได้มีแค่เพียงวัสดุทั้ง 4 ประเภทนี้เท่านั้น แต่ยังมีบล็อกสำหรับการปูพื้นภายนอกที่กำลังได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะถูกพัฒนาให้มีทั้งลวดลายและสีสันที่สามารถใช้งานได้อย่างแปลกใหม่ พร้อมการเคลือบสารพิเศษ เพื่อทำให้เกิดการใช้งานที่มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น ทั้งยังใส่คุณสมบัติของการลดความร้อน เพื่อทำให้พื้นไม่อมความร้อนนานเกินไปอีกด้วย

แนะนำ 4 วิธีแก้ปัญหากระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง แบบไม่ต้องรื้อให้เปลืองงบ

การปูกระเบื้องพื้นจะมีปัญหาหนึ่งที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง คือ การปูพื้นแล้วเกิดปัญหาหลุดล่อนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระเบื้องที่ปูมาแล้วหรือพื้นกระเบื้องเสร็จใหม่ สามารถเกิดปัญหานี้ได้ทั้งหมด เพราะถ้าช่างที่ปูกระเบื้องมีฝีมือไม่มากพอและปล่อยให้เกิดความชื้น รวมไปถึงการปูที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้ปูนกาวที่ไม่ดีพอ หรือแม้แต่ฝีมือการปูที่ไม่ทำให้เนื้อปูนเต็มหน้ากระเบื้อง ย่อมทำให้เกิดปัญหานี้ได้ทั้งหมด

จัดการปัญหากระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง ด้วย 4 วิธีนี้!

สำหรับผู้ที่ต้องเผชิญปัญหาการเกิดกระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง จนทำให้กระเบื้องภายในบ้านหลุดออกมาและอาจจะกลายเป็นแตกหักเสียหาย พร้อมทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานได้ ขอแนะนำ 4 วิธีแก้ไขเบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ดังนี้

1.เปลี่ยนแค่จุดที่มีปัญหา

แนะนำ 4 วิธีแก้ปัญหากระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง แบบไม่ต้องรื้อให้เปลืองงบ
แนะนำ 4 วิธีแก้ปัญหากระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง แบบไม่ต้องรื้อให้เปลืองงบ

ถ้าคุณมีปัญหากระเบื้องเกิดล่อนหรือกลวงแล้วเป็นแค่เฉพาะบางจุด ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนกระเบื้องมากนัก ทั้งยังมีกระเบื้องสำรองในแบบสีและลวดลายเดิมอยู่หรือสามารถหาซื้อได้ง่าย ให้คุณเปลี่ยนแค่บางจุดเท่านั้น โดยเป็นการสกัดแผ่นที่มีปัญหาออก จะต้องใช้วิธีการค่อย ๆ สกัดหรือแกะให้กระเบื้องหลุดออกมาทั้งหมด แต่ถ้ากระเบื้องล่อนออกมาทั้งแผ่นอยู่แล้วตรงนี้จะถือว่าง่ายขึ้น เพราะแค่เพียงนำปูนกาวซีเมนต์มาลงที่พื้นพร้อมใช้อุปกรณ์เกลี่ยให้เนื้อปูนเต็มหน้ากระเบื้อง จากนั้นนำกระเบื้องพื้นที่มีอยู่ลงไปจัดวาง เกลี่ยให้ปูนเท่าเทียมกันทั้งแผ่นแล้วรอเวลาจนกว่าปูนจะแห้ง จากนั้นลงยาแนวปิดก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายเลยทีเดียว

2.ทำทับจุดเดิม

แนะนำ 4 วิธีแก้ปัญหากระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง แบบไม่ต้องรื้อให้เปลืองงบ
แนะนำ 4 วิธีแก้ปัญหากระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง แบบไม่ต้องรื้อให้เปลืองงบ

สำหรับบ้านที่มีปัญหากระเบื้องลอกร่อนหรือภายใต้กระเบื้องกลวงเป็นบริเวณกว้าง ให้คุณปูทับจุดเดิมได้เลย เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการทุบออก แต่ถ้าส่วนใดที่มีกระเบื้องร่อนออกมาแล้วให้นำกระเบื้องออกเหลือแต่พื้นเดิมไว้ แต่ส่วนใดที่ยังมีกระเบื้องติดอยู่ไม่ต้องสนใจ เพียงแค่ทำความสะอาดและขัดพื้นให้เรียบร้อย พร้อมปล่อยให้พื้นแห้งสนิทก่อน จากนั้นนำกระเบื้องแผ่นใหม่ทำการฉาบด้วยกาวซีเมนต์คุณภาพแล้วปูทับที่กระเบื้องเดิมได้เลย จากนั้นลงยาแนวให้เรียบร้อย คุณจะได้พื้นที่สูงขึ้น ทั้งยังใช้เวลาในการทำงานที่ค่อนข้างน้อยและไม่ต้องทุบทำลายกระเบื้องเดิมให้เสียเวลาอีกด้วย

3.ทำความสะอาดจุดที่จะทำ

แนะนำ 4 วิธีแก้ปัญหากระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง แบบไม่ต้องรื้อให้เปลืองงบ
แนะนำ 4 วิธีแก้ปัญหากระเบื้องล่อน กระเบื้องกลวง แบบไม่ต้องรื้อให้เปลืองงบ

ก่อนที่จะทำการซ่อมแซมกระเบื้องตรงจุดที่ล่อน ควรทำความสะอาดพื้นเดิมของกระเบื้องให้เรียบร้อยก่อน เพราะปัญหาใหญ่ของการทำให้กระเบื้องหลุดร่อนง่าย คือ การมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ล่อนได้ง่าย ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดพื้นกระเบื้องให้ดี พร้อมการขัด ถู และทำให้แห้งภายใน 48 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น จึงจะสามารถปูกระเบื้องใหม่พร้อมการลงยาแนวได้อย่างมั่นใจ

4.ใช้ปูนกาวซีเมนต์คุณภาพ

เลือกใช้เป็นปูนกาวซีเมนต์คุณภาพ ที่จะช่วยทำให้เกิดการยึดเกาะของปูนกับพื้นกระเบื้องที่ดี ให้การใช้งานที่ทนทานยาวนานและลดปัญหาความชื้นที่ถูกสะสมไว้ภายใต้แผ่นกระเบื้อง ทั้งยังมีคุณสมบัติกันซึมจากน้ำที่อาจจะเล็ดลอดเข้ามาใต้กระเบื้องได้ ส่วนอัตราการใช้ให้คุณใช้กาวซีเมนต์ประมาณ 3 ส่วน กับน้ำ 1 ส่วน ผสมด้วยรอบต่ำประมาณ 150 รอบต่อนาที แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อทำให้เนื้อของปูนอิ่มตัวก่อน จากนั้นให้กวนซ้ำแล้วจึงค่อยนำไปใช้งาน

แก้ไขปัญหาเรื่องยาแนวลอกร่อน

ยาแนวถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะช่วยปกป้องกระเบื้องให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน เพราะเป็นตัวป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ รวมไปถึงคราบเชื้อโรคที่อาจจะหลุดลงไปฝังอยู่ภายใต้พื้นกระเบื้อง ป้องกันไม่ให้สัตว์และแมลงต่าง ๆ ลงไปอาศัยอยู่ใต้กระเบื้องได้ ดังนั้นการทำยาแนวจึงต้องใช้ปูนคุณภาพที่สามารถยึดเกาะได้ดีและไม่ทำให้เกิดฟองอากาศในขณะใช้งาน ดังนั้นช่างที่ปูกระเบื้องจึงจะต้องตรวจสอบทั้งความแน่นของกระเบื้องและยาแนว โดยจะต้องไม่มีจุดอากาศหรือรูใด ๆ ภายในช่องยาแนวเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาหลุดลอกร่อนและปัญหาความสกปรกได้ นอกจากนี้ยังควรเลือกเนื้อยาแนวที่มีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อทั้งกรด-ด่างและสารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้ดี พร้อมการเช็ดล้าง ขัด หรือถูที่สะอาดได้ง่ายอีกด้วย

กระเบื้องยาง SPC เหมาะต่อการใช้งานแบบใด ช่วยประหยัดงบได้ไหม 

หนึ่งในรูปแบบกระเบื้องที่กำลังได้รับความนิยมมาก คือ กระเบื้องยางพื้น SPC ที่มาพร้อมความยืดหยุ่นได้ดีและแข็งแรงทนทาน เป็นรูปแบบของกระเบื้องไวนิลที่มีชั้น Core Layer เป็นตัวช่วย ทำให้สามารถใช้งานได้ดีในทุกสภาพอากาศ ทั้งยังให้พื้นผิวสัมผัสที่คล้ายไม้ จึงมีลวดลายให้เลือกหลากหลายและวิธีการผลิตยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมให้การใช้งานที่สร้างความปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี

กระเบื้องยาง SPC คืออะไร?

กระเบื้องยาง SPC หรือ Stone Plastic Composite ที่ถูกผลิตออกมาหลากหลายรุ่น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานเกี่ยวกับพื้นบ้านได้อย่างลงตัวที่สุด นอกจากนี้ยังถูกเรียกเป็นกระเบื้อง Rigid LVT ที่จะมีชั้นไวนิลแบบ Core Layer เป็นตัวช่วยเพิ่มผิวสัมผัสให้มีความเสมือนจริง พร้อมให้ความปลอดภัยต่อการใช้งานอย่างครบถ้วน โดยส่วนผสมของกระเบื้องแบบ SPC เกิดจากหินปูนที่ถูกนำมาบดแล้วผสมกับพลาสติกพร้อมอัดขึ้นรูป จึงเป็นพื้นกระเบื้องยางที่มีความแข็งแรงสูง  แม้จะยืดหยุ่นไปกับพื้น แต่จะไม่ยืดหรือหดตัวจนทำให้เกิดปัญหา

ดังนั้นเมื่อปูกระเบื้องในลักษณะนี้ จึงจะไม่มีปัญหาเรื่องกระเบื้องระเบิดหรือกโก่งตัวให้รู้สึกกังวลใจในอนาคตแน่นอน ทั้งยังสามารถทนทานต่อพื้นที่มีอุณหภูมิสูงหรืออุณหภูมิต่ำได้ทั้งหมด ด้านการผลิตกระเบื้อง SPC จะใช้วิธีผลิตแบบนวัตกรรมใหม่รุ่นใหม่ เพื่อนำคุณสมบัติเด่นต่าง ๆ ออกมา แล้วเสริมให้ประสิทธิภาพการใช้งานดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทนทาน, การทนร้อน, ทนหนาว รวมไปถึงกันน้ำและกันไฟได้ทั้งหมด โดยเป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟง่ายจึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายแน่นอน ทั้งยังไม่มีปัญหาเรื่องปลวกกัดกิน เพราะไม่ใช่ไม้แท้และเป็นเพียงกระเบื้องยางเท่านั้น

จึงให้ความสวยแบบไร้ปัญหาแน่นอน ทั้งยังทนทานต่อแรงกด รอยขีดข่วน หรือแรงกระแทกได้ดีอีกด้วย สำหรับการทำแผ่นกระเบื้อง SPC จะมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 3-4 มิลลิเมตร เท่านั้นโดยมีชั้นของ Wear Layer อยู่ประมาณ 0.3-0.5  มิลลิเมตร แต่แม้จะมีความบางก็สามารถที่จะทนทานต่อทุกสภาวะอากาศหรือแม้แต่ความเปียกชื้น ตรงจุดซักล้าง หรือห้องน้ำก็สามารถทนได้ดี โดยรูปแบบการติดตั้งจะเป็นแบบคลิกล็อคที่จะยึดตัวได้แน่นกว่ากระเบื้องยาง SPC ในแบบ LVT  และ WPC

ดังนั้นการใช้งานกระเบื้องยางพื้น SPC จึงให้ความทนทานในเรื่องของความชื้นดีมาก เพราะวัสดุจะสามารถทนน้ำและไม่กักเก็บความชื้น ให้การติดตั้งที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว สามารถปูทับกับวัสดุพื้นเดิมได้เลยทันที ทั้งยังนำไปสู่การทำงาน DIY บนพื้นที่จะเพิ่มเอกลักษณ์ของบ้านให้มากขึ้น ส่วนของการผลิตจะไม่มีการใช้สารฟอร์มาลีนดีไฮด์ จึงทำให้ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ไม่มีเรื่องของสารตกค้างอย่างแน่นอน

กระเบื้องยาง SPC เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบใด

การใช้งานกระเบื้องยาง SPC ที่ถูกผลิตมาอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานครบถ้วน สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมภายในบ้านเรือนหรืออาคารต่าง ๆ หลายส่วนด้วยกันดังนี้

 

1.ปูพื้น

กระเบื้องยาง SPC เหมาะต่อการใช้งานแบบใด ช่วยประหยัดงบได้ไหม 
กระเบื้องยาง SPC เหมาะต่อการใช้งานแบบใด ช่วยประหยัดงบได้ไหม

การปูพื้นภายในบ้านของกระเบื้องยาง SPC ถือว่ามีความเหมาะสมอย่างมาก โดยคุณจะสามารถปูภายในห้องต่าง ๆ ได้ดีทั้งหมด เพราะมีคุณสมบัติของการใช้งานที่ดูแลง่าย ให้ความทนทานดี ทำความสะอาดได้ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับทุกสไตล์ห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น, ห้องนอน, ห้องครัว หรือแม้แต่ห้องน้ำก็สามารถปูได้ทั้งหมด ทั้งยังออกแบบพื้นผิวสัมผัส สีสัน และลวดลายได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียว

2.ปูทับพื้นเดิม

กระเบื้องยาง SPC เหมาะต่อการใช้งานแบบใด ช่วยประหยัดงบได้ไหม 
กระเบื้องยาง SPC เหมาะต่อการใช้งานแบบใด ช่วยประหยัดงบได้ไหม

คุณสมบัติของกระเบื้องยาง SPC ที่มีความบาง แต่แข็งแรงและไม่ยืดหดตัวง่ายจนเกินไป ทำให้สามารถคุณปูทับพื้นเดิมได้เลย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหลุดง่ายจนเกินไป เพราะถ้าคุณเลือกกระเบื้องยางยี่ห้อที่มีคุณภาพและใช้กาวที่แน่นดี ย่อมทำให้การปูทับพื้นเดิมไม่ก่อให้เกิดปัญหาแน่นอน จึงช่วยลดทั้งเวลาและงบประมาณมากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องรื้อถอนแต่อย่างใด เพียงนำกระเบื้องยางในลายและสีที่ต้องการมาปูทับ ก็จะได้พื้นใหม่ที่ดูสวยเป็นธรรมชาติและมีระดับสูงขึ้นเล็กน้อยอีกด้วย

3.ปูผนัง

กระเบื้องยาง SPC เหมาะต่อการใช้งานแบบใด ช่วยประหยัดงบได้ไหม 
กระเบื้องยาง SPC เหมาะต่อการใช้งานแบบใด ช่วยประหยัดงบได้ไหม

สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความแปลกใหม่ในงานผนัง สามารถใช้กระเบื้องยางแบบ SPC ลายไม้สีสันสดใส มาทำเป็นลายของผนังที่จะทำให้เกิดความแตกต่างได้ดีและทำความสะอาดได้ง่าย แม้แต่ผนังห้องครัวก็สามารถติดตั้งกระเบื้อง SPC เพื่อการตกแต่งและป้องกันไม่ให้ผนังจริงต้องเสียหายจากความร้อนได้อีกด้วย

ถ้าเทียบระหว่างข้อดีกับข้อเสียของกระเบื้องยางพื้น SPC แล้วถือว่าข้อดีมีสูงมากกว่า ข้อเสียมีเพียงแค่เรื่องของพื้นผิวสัมผัสที่อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนยังรู้สึกไม่ค่อยถูกใจมากนัก แต่ก็ถือไม่ใช่เรื่องใหญ่ ที่สำคัญคือราคาไม่ถึงกับสูงมาก จึงทำให้กลายมาเป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ปูพื้นที่ได้รับความนิยมและยอดขายดีเลยทีเดียว

น้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้องคืออะไร? ช่วยแก้ไขปัญหาได้มากแค่ไหน?

ปัญหาของโพรงใต้กระเบื้องที่เกิดจากการทำงานของช่างไม่มีฝีมือหรือเร่งรีบเกินไป จึงทำให้ปูนกาวปูกระเบื้องไม่เต็มหน้าแผ่นของกระเบื้อง แล้วกลายเป็นโพรงจนเกิดการลอกร่อนหรือเสียหายได้ง่าย ดังนั้นจึงเกิดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เข้ามามีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาพื้นกระเบื้องเป็นโพรงหรือกลวง เพื่อทำให้การแก้ไขมีความง่ายมากกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือน้ำยาอุดโพรงกระเบื้องพื้นที่เจ้าของบ้านหลายคนรู้สึกสงสัยว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้จริงหรือไม่?

คุณสมบัติของน้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้อง มีอะไรบ้าง?

น้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้องคืออะไร? ช่วยแก้ไขปัญหาได้มากแค่ไหน?
น้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้องคืออะไร? ช่วยแก้ไขปัญหาได้มากแค่ไหน?

การใช้งานน้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้อง จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การแก้ไขปัญหาง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรื้อใหม่ทั้งหมดและตัวเจ้าของบ้านเอง ยังสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องจ้างช่างให้เปลืองงบ ดังนั้นลองมาดูคุณสมบัติสำคัญของน้ำยาอุดผงใต้กระเบื้องที่ผู้ใช้งานควรรู้ คือ

  • คุณสมบัติเป็นน้ำยาที่ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง จึงสามารถเข้าผสานตัวกับใต้กระเบื้อง แล้วลดการลอกร่อนได้ดี
  • ลดการเกิดโพรงอากาศระหว่างพื้นกระเบื้องกับพื้นผิวด้านหลังของกระเบื้อง จึงทำให้ยึดติดกันได้มากขึ้น
  • ใช้งานง่าย เพียงแค่ฉีดเข้าที่บริเวณระหว่างแผ่นกระเบื้อง ก็สามารถยึดเกาะพื้นผิวด้านหลังได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรื้อกระเบื้องออก
  • เมื่อฉีดเข้าไปใต้โพรงกระเบื้องแล้ว จะทำการอุดช่องว่างของพื้นกับกระเบื้องทันที คุณสามารถทดสอบได้ด้วยการเคาะเสียงที่กระเบื้อง แล้วจะทำพบว่าเนื้อแนบแน่นสนิทเท่ากันทั้งหมด
  • เมื่อใช้งานน้ำยาอุดผงใต้กระเบื้องแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาในการจ้างช่างและประหยัดทั้งเวลากับงบประมาณ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ดี
  • ถ้ากระเบื้องเก่าไม่แตกเพียงแค่ร่อนออกมา สามารถใช้น้ำยาอุดใต้โพรงกระเบื้องที่ช่วยยึดเกาะพื้นผิวได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกระเบื้องใหม่
  • สามารถทนทานต่อการเคลื่อนตัวของโครงสร้างบ้าน ตึก หรืออาคารได้ทั้งหมด เพราะมีความยืดหยุ่นสูง
  • ใช้งานได้ทันทีหลังฉีดเข้าไปยึดเกาะกระเบื้องและรอเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง จะยึดเกาะได้อย่างมีคุณภาพ
  • ใช้งานได้กับกระเบื้องเกือบทุกประเภท เช่น กระเบื้องหินอ่อน, กระเบื้องหินธรรมชาติ, กระเบื้องเซรามิค, กระเบื้องแกรนิตโต้ และกระเบื้องอีกหลายประเภท
  • แม้พื้นก่อนปูกระเบื้องจะเป็นพื้นแบบเรียบมัน ก็สามารถยึดเกาะตัวพื้นกระเบื้องให้เชื่อมต่อ ติดกันได้แนบแน่น ช่วยประสานพื้นผิวคอนกรีต พื้นผิวขัดมัน และพื้นผิวปูนฉาบ ที่อาจจะก่อให้เกิดโพรงใต้กระเบื้องได้ง่าย ๆ
  • ให้การยึดติดกันได้แนบแน่นและช่วยขจัดอากาศภายในออก จึงไม่เกิดปัญหาหลุดล่อนง่าย
  • ลดปัญหาการเกิดเสียงต่าง ๆ ใต้พื้นกระเบื้อง ที่มาจากปัญหาโพรงอากาศด้านหลังของกระเบื้อง
  • สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งกระเบื้องผนัง กระเบื้องพื้นภายในและภายนอก

ข้อควรระวังในการใช้งานน้ำยาอุดผงใต้กระเบื้อง

น้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้องคืออะไร? ช่วยแก้ไขปัญหาได้มากแค่ไหน?
น้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้องคืออะไร? ช่วยแก้ไขปัญหาได้มากแค่ไหน?

แม้ว่าการใช้งานน้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้องจะให้ประโยชน์สูง ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณได้ดี แต่มีข้อควรระวังก่อนการใช้งานที่ควรรู้และระมัดระวังให้มากที่สุด คือ

  • ก่อนการนำไปใช้ต้องกวนน้ำยาให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันก่อน ถ้าต้องการให้น้ำยายึดติดกระเบื้องได้ดี ควรมีการทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดน้ำยาลงไปให้เรียบร้อยและปล่อยให้แห้งสนิทก่อน จะช่วยทำให้การยึดเกาะดีขึ้น
  • ถ้าต้องการนำออกมาใช้งาน ควรให้มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5-40 องศาเซลเซียส จึงจะถือว่าเหมาะสมที่สุด
  • เมื่อใช้งานน้ำยาแล้วเลาะพื้นผิวกระเบื้องต้องรีบเช็ดออกทันที ไม่ควรปล่อยให้น้ำยาแห้งหรือติดพื้นผิวกระเบื้อง เพราะจะทำความสะอาดยาก
  • เมื่อใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการฉีดน้ำยาลงกระเบื้อง แล้วควรรีบล้างทำความสะอาดทันที
  • เก็บน้ำยาที่เหลือไว้ในพื้นที่แห้งเท่านั้น
  • น้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้อง จะไม่เหมาะกับพื้นที่ในบริเวณมีน้ำหรือต้องใช้น้ำตลอดเวลา เช่น โซนซักล้าง, สระว่ายน้ำ หรือบ่อน้ำ เป็นต้น
  • ถ้าโพรงอากาศมีขนาดใหญ่หรือติดต่อกันอยู่หลายจุดเป็นบริเวณกว้าง ควรปรึกษาฝ่ายเทคนิคของแบรนด์น้ำยาอุดโพรงใต้แผ่นกระเบื้องยี่ห้อนั้น ๆ เพื่อทำให้เกิดการใช้งานที่เหมาะสมที่สุดอายุการเก็บรักษาจะอยู่ที่ 1 ปี ควรเก็บในภาชนะปิด พร้อมเก็บให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

 

การอุดโพรงใต้กระเบื้องไม่ยากอย่างที่คิด ยิ่งถ้าเป็นงานเล็กที่เสียหายเพียงแค่ไม่กี่จุด คุณสามารถใช้น้ำยาอุดโพรงใต้กระเบื้องได้เลย เพียงแต่จะต้องปฏิบัติตามที่ผลิตภัณฑ์ได้แนะนำไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อการใช้งานและช่วยเสริมประสิทธิภาพ ทำให้กระเบื้องยึดเกาะกับพื้นผิวได้แน่นหนา พร้อมให้การใช้งานที่ทนทานยาวนานกว่าเดิม

กระเบื้องพอร์ซเลนน่าใช้งานหรือไม่ ให้คุณสมบัติเด่นด้านใดบ้าง

กระเบื้องพื้นและกระเบื้องผนังมีความสำคัญต่อบ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพียงการบ่งบอกถึงความสวยงามในเรื่องของสีสันและลวดลาย แต่ยังต้องมีคุณสมบัติของการใช้งานที่แข็งแรง ทนทาน และไม่เสียหายง่าย มีพื้นผิวสัมผัสที่ดี ไม่ก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งหนึ่งในวัสดุปูพื้นกระเบื้องที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน คือ พอร์ซเลนที่ถือเป็นหนึ่งในกระเบื้องเซรามิครุ่นใหม่ ที่ผ่านการผสมกับแร่ธาตุต่าง ๆ จนกลายมาเป็นกระเบื้องคุณภาพที่จะทำให้คุณใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุใช้งานยาวนานมากขึ้น

เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระเบื้องพอร์ซเลน

กระเบื้องพอร์ซเลนน่าใช้งานหรือไม่ ให้คุณสมบัติเด่นด้านใดบ้าง
กระเบื้องพอร์ซเลนน่าใช้งานหรือไม่ ให้คุณสมบัติเด่นด้านใดบ้าง

กระเบื้องพอร์ซเลนจะเป็นหนึ่งในกระเบื้องเซรามิคที่มีส่วนผสมของแร่และดินขาว พร้อมการเผาที่ให้อุณหภูมิสูงกว่า 1,300  องศาเซลเซียส จนกระทั่งกลายเป็นกระเบื้องที่มีเนื้อแผ่นเดียวกันไปทั้งแผ่น พร้อมให้ความแข็งแรงและทนทานสูง จนใช้งานได้ดี ไม่แตกหัก หรือเสียหายง่ายแน่นอน โดยให้อัตราของการดูดซึมน้ำเพียงแค่ 0.05% เท่านั้น จึงไม่ดูดซึมความชื้นไว้ในตัว สามารถใช้งานได้ทุกที่ทั้งภายในและภายนอกบ้านหรืออาคาร ส่วนกระเบื้องพอร์ซเลนจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ กระเบื้องปูผนัง, กระเบื้องปูพื้น และกระเบื้องแบบโมเสค ผนังเพื่อทำให้เกิดความโดดเด่นในการใช้งานและเน้นไปเรื่องของความแข็งแรงสูง

คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจของพอร์ซเลน

กระเบื้องพอร์ซเลนน่าใช้งานหรือไม่-ให้คุณสมบัติเด่นด้านใดบ้าง
กระเบื้องพอร์ซเลนน่าใช้งานหรือไม่-ให้คุณสมบัติเด่นด้านใดบ้าง

กระเบื้องพอร์ซเลนมีคุณสมบัติเด่นในหลากหลายด้าน จึงทำให้สามารถใช้ภายในและภายนอกบ้าน หรืออาคารต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีคุณสมบัติเด่นที่เหมาะสมต่อการซื้อมาใช้งานอีกหลายด้าน คือ

  • กระเบื้องพอร์ซเลนจะให้ความแข็งแกร่งสูงและมีโอกาสน้อยมากที่จะแตกหักเสียหาย หรือบิดในขณะใช้งาน
  • พื้นผิวของพอร์ซเลนจะทนทานต่อรอยขีดข่วนและรอยต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
  • ให้การทำความสะอาดที่ง่าย สะดวก และการดูดซึมน้ำน้อย จึงไม่ก่อให้เกิดความชื้นหรือเชื้อราได้
  • พื้นผิวของพอร์ซเลนจะไม่สะสมเชื้อโรคและไม่ทำให้เกิดตะไคร่น้ำ จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหาความลื่น
  • มีลวดลายสีสันที่มีความแตกต่างจากกระเบื้องอื่น ๆ ด้วยการมีให้เลือกเป็นจำนวนมากและให้สีที่ค่อนข้างสดใส
  • มีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งานอย่างเหมาะสมต่อแต่ละส่วนภายในบ้าน
  • มีให้เลือกกระเบื้องพอร์ซเลนทั้งแบบขอบตรงและขอบตัด จนให้การใช้งานที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก

วิธีการเลือกใช้กระเบื้องพอร์ซเลน

ถ้าคุณต้องการได้กระเบื้องพอร์ซเลนมาใช้งานอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อกระเบื้องที่จะทำให้คุณได้พอร์ซเลนที่ตรงใจคุณมากที่สุดดังนี้

  • เลือกคลาสของกระเบื้องพอร์ซเลนที่อยู่ในหมวดหมู่ของดินเผา จะให้ความทนทาน ลดการสึกหรอ และรองรับต่อการใช้งานได้ดี
  • การใช้งานเกรดของกระเบื้องพอร์ซเลน ควรเลือกเกรด 1 ไปจนถึงเกรด 3 แต่ถ้าเป็นการใช้งานพื้นภายนอกบ้านหรือจุดที่ต้องใช้งานบ่อยครั้ง ควรเลือกเป็นเกรด 1 ที่จะมีความแข็งแรงและหนาที่สุด ส่วนเกรด 3 แนะนำให้เป็นการใช้ภายในบ้านจะดีที่สุด
  • สีของกระเบื้องพอร์ซเลนจะมีอยู่ด้วยกันหลายสีและหลายลวดลาย พร้อมให้พื้นผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ดังนั้นให้คุณเลือกที่ตรงความต้องการมากที่สุดและจดจำทั้งสีกับไซส์ไว้ เพื่อการเลือกซื้อได้อย่างถูกต้องในอนาคต
  • กระเบื้องพอร์ซเลนจะถูกแตกออกเป็นพอร์ซเลน ที่จะเป็นกระเบื้องแบบเคลือบพื้นผิวและมีการพิมพ์ลายตกแต่ง กับกระเบื้องแกรนิตโต้ที่จะมีเนื้อดินแบบพอร์ซเลน แต่จะมีผงผสมของหินแกรนิต จึงมีความแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงเลือกใช้งานได้อย่างหลากลหลาย
  • ถ้าคุณต้องการสร้างสรรค์งานกระเบื้องผนัง ที่มีลวดลายสีสันและพื้นผิวที่ออกแบบได้ตรงใจขอแนะนำกระเบื้องแบบเกรซพอร์ซเลนที่จะทำให้คนได้ตรงตามแบบพร้อมการเลือกได้ทั้งพื้นผิวมันและพื้นผิวด้านใสสีสันสดใสทั้งยังทำให้คุณใช้งานได้อย่างโดดเด่น

 

ถ้าคุณสนใจจะใช้งานกระเบื้องพอร์ซเลน คุณสามารถเลือกซื้อได้จากร้านขายกระเบื้องทั่วไป เพราะพอร์ซเลนจะสามารถหาซื้อได้ง่าย พร้อมการเลือกทั้งสีและลวดลายได้ตรงตามใจ ให้คุณสมบัติที่โดดเด่นหลายด้าน จึงไม่น่าแปลกใจที่พอร์ซเลนจะเป็นกระเบื้องคุณภาพสูงที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

กระเบื้องซับเวย์ คืออะไร เหมาะกับงานตกแต่งประเภทใด

การปลูกสร้างบ้าน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ วัสดุสิ่งปลูกสร้างคือหัวใจสำคัญที่ไม่ได้ช่วยให้สิ่งปลูกสร้างเหล่านั่นมีความมั่นคง แข็งแรงเท่านั้น แต่วัสดุบางประเภทที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังเพิ่มความสวยงามทำให้สิ่งปลูกสร้างมีเอกลักษณ์ที่โดดได้ ในบทความนี้  เดอะตรีทัช มีกระเบื้องซับเวย์ มาแนะนำครับ

กระเบื้องซับเวย์ คืออะไร

กระเบื้องซับเวย์-คืออะไร-เหมาะกับงานตกแต่งประเภทใด
กระเบื้องซับเวย์-คืออะไร-เหมาะกับงานตกแต่งประเภทใด

กระเบื้องซับเวย์ เป็นกระเบื้องที่ผลิตจากดินธรรมชาติ เนื้อดินมีส่วนผสมของแร่ดินแล้วนำมาผ่านกระบวนการเผาด้วยความร้อนสูง ลักษณะที่โดดเด่นของกระเบื้อง Subway ได้แก่ ผิวกระเบื้องเป็นแบบมันเงา สีของกระเบื้องแต่ละแผ่นจะมีสีเข้มและอ่อนที่แตกต่างกันเล็กน้อย ถือเป็นเอกลักษณ์ที่มีลักษณะเฉพาะของวัสดุประเภทนี้

กระเบื้องซับเวย์ เหมาะกับงานตกแต่งประเภทใด

กระเบื้องซับเวย์ คืออะไร เหมาะกับงานตกแต่งประเภทใด
กระเบื้องซับเวย์ คืออะไร เหมาะกับงานตกแต่งประเภทใด

จากสีสันที่สดใสสวยงามของกระเบื้องซับเวย์ และเป็นกระเบื้องแผ่นเล็กที่มีผิวมันเงา ทำให้เหมาะสำหรับงานตกแต่งที่สามารถใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน โดยเฉพาะการนำไปตกแต่งในส่วนของผนัง เช่น ปูผนังห้องอาหาร หรือตกแต่งผนังบริเวณจุดต่าง ๆ ของตัวอาคาร

ลักษณะการใช้งาน และข้อดีของกระเบื้องซับเวย์

กระเบื้องซับเวย์-คืออะไร-เหมาะกับงานตกแต่งประเภทใด
กระเบื้องซับเวย์-คืออะไร-เหมาะกับงานตกแต่งประเภทใด

 

  1. นิยมตกแต่งบริเวณผนัง เพราะเป็นกระเบื้องรูปทรงสี่เหลี่ยมแผ่นเล็ก ๆ ดีไซน์สวย ผิวมันทำให้คงทนต่อการขูดขีด
  2. มีหลายโทนสีให้เลือก เช่น สีแดง สีส้ม สีเขียว สีเหลือง สีขาว สีดำ และอื่น ๆ ทั้งโทนสีเข้มและสีอ่อนๆสไตล์หวานๆ ลักษณะผิวที่มันเงาช่วยเพิ่มสีสันของกระเบื้องให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น โทนสีสดใส ยังนิยมนำไปตกแต่งบ้านหรืออาคารในสไตล์  Modern
  3. กระเบื้องซับเวย์ มี 2 รูปแบบให้เลือก ได้แก่ กระเบื้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมจัตุรัสกระเบื้องซับเวย์ทั้งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีให้เลือกทั้งแบบขอบตัดตรง และแบบขอบเจียปรี ซึ่งทั้ง 2 แบบเหมาะกับงานตกแต่งที่แตกต่างกัน เช่น กระเบื้องขอบตัดตรงจะเหมาะกับการตกแต่งสไตล์วินเทจ คันทรี่ หรือแนวลอฟท์ ส่วนแบบขอบเจียรปรี เหมาะกับสไตล์การาตกแต่งที่เน้นหรูหรา ทันสมัย
  4. ข้อดีที่เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของกระเบื้องซับเวย์ ก็คือทำความสะอาดง่าย เหมาะกับงานตกแต่งผนังห้องครัวและส่วนอื่น ๆ ที่ต้องรักษาความสะอาดบ่อย ๆ
  5. กระเบื้องซับเวย์ เป็นวัสดุที่มีความ คลาดสิกในตัว สามารถนำไปประยุกต์ตกแต่งได้ทุกสไตล์ทั้งการตกแต่งแนววินเทจ คันทรี่ สไตล์โมเดิร์น  หรือแนวลอฟท์ เมื่อใช้ไปนาน ๆ แล้วไม่ต้องกลัวตกยุคหรือไม่ทันสมัย
  6. สามารถนำไปตกแต่งทั้งภายนอก ภายในโดยผสมผสานเข้ากับวัสดุอื่น ๆ หรือกระเบื้องรูปแบบอื่น ๆ ได้อย่างสวยงามลงตัว
  7. กระเบื้องซับเวย์ นอกจากเหมาะสำหรับตกแต่งบ้าน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ แล้วยังเหมาะสำหรับตกแต่งต่อเติมเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน ร้านค้า หรือสถานประกอบการ ให้มีความสวยงามแปลกตา มีบรรยากาศใหม่ ๆ ได้ไม่ยาก ติดตั้งง่ายขั้นตอนการปูผนังไม่ยุ่งยากใช้เวลาไม่นาน และราคาไม่แพง
  8. พื้นที่สำหรับตกแต่งหรือปูผนังด้วยกระเบื้องซับเวย์ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การตกแต่งผนังหรือบริเวณต่าง ๆ ภายในร้านอาหาร ร้านกาแฟ และ ร้านประเภทที่เน้นการตกแต่งแนวศิลปะ ส่วนการตกแต่งภายในที่อยู่อาศัยก็จะเป็นการตกแต่งห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ หรือในส่วนของห้องครัวเป็นหลัก เพราะกระเบื้องซับเวย์เมื่อโดนคราบสกปกจะทำความสะอาดออกได้ง่าย
  9. สีสันที่สวยงามสดใสของกระเบื้องซับเวย์ ยังนิยมใช้ตกแต่งอาคารสถานที่ เช่น ตกแต่งห้องเรียน เพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ และยังรักษาความสะอาดได้ง่าย
  10. สไตล์การตกแต่งทำได้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากกระเบื้องซับเวย์ เป็นวัสดุที่มีความคลาสสิกในตัวอยู่แล้ว ทำให้มีอิสระในการตกแต่ง เช่น ออกแบบให้มีความโดดเด่นสะดุดตาโดยใช้ สีตัดกัน ตัวอย่างเช่น  ใช้กระเบื้องซับเวย์สีส้ม ตัดกับ สีขาว สีแดง ตัดกับสีดำ สีเขียวตัดกับสีเหลือง หรืออื่น ๆ ตามความเหมาะสมหรือตามความชื่นชอบของแต่ละบุคคล

ปัจจุบันกระเบื้องซับเวย์หาซื้อได้ไม่ยาก ก่อนตัดสินใจเลือกตกแต่งบ้านหรืออาคารสถานที่ด้วยกระเบื้องประเภทนี้ สามารถหาข้อมูลบริษัทหรือห้างร้านที่จำหน่ายกระเบื้องซับเวย์ เพื่อศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบราคาได้ก่อนจากอินเทอร์เน็ต เพราะห้างร้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่มีเว็บไซต์และช่องการติดต่อแจ้งไว้อย่างละเอียด ทำให้ง่ายต่อการติดต่อและบางร้านยังมีบริการจัดส่งโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปเลือกซื้อให้ยุ่งยาก

เรื่องน่ารู้กระเบื้องลายไม้ กับงานออกแบบตกแต่งภายใน

เรื่องน่ารู้กระเบื้องลายไม้ กับงานออกแบบตกแต่งภายใน

“กระเบื้องลายไม้” วัสดุทดแทนไม้จริงที่มีลวดลายและสีคล้ายคลึงกับวัสดุไม้จากธรรมชาติมากที่สุด ทำให้เป็นที่นิยมโดยเฉพาะบ้านปูนหรืออาคารที่มีส่วนประกอบเป็นเหล็กและอิฐ การตกแต่งด้วยกระเบื้องลายไม้ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของวัสดุ และยังจำลองบรรยากาศให้เสมือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่จะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน เดอะตรีทัช มีความรู้มาฝากครับ

งานออกแบบตกแต่งภายใน คืออะไร

งานตกแต่งภายใน ก็คือการออกแบบจัดผังห้องและตกแต่งห้องตกแต่งสภาพแวดล้อมภายในอาคารและสถานที่ให้ดูสวยงาม มีบรรยากาศเหมาะสมกับชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัยหรือเหมาะกับการใช้ประโยชน์ และงานตกแต่งภายในยังรวมไปถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งอีกด้วย โดยทั่วไปมัณฑนากรจะทำหน้าที่ในการออกแบบและเลือกวัสดุ แต่หากเจ้าของบ้านเจ้าของอาคารสถานที่มีข้อมูลความรู้อยู่บ้างก็จะทำให้การตกแต่งด้วยกระเบื้องลายไม้เป็นไปตามแบบที่ต้องการมากที่สุด

เรื่องน่ารู้กระเบื้องลายไม้ กับงานออกแบบตกแต่งภายใน

กระเบื้องลายไม้ เป็นวัสดุทดแทนที่มีหลายประเภทและหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่นิยมใช้ปูพื้นซึ่งวัสดุแต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการตกแต่งภายในที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. พื้นไม้ลามิเนต

เรื่องน่ารู้กระเบื้องลายไม้ กับงานออกแบบตกแต่งภายในเรื่องน่ารู้กระเบื้องลายไม้ กับงานออกแบบตกแต่งภายใน

พื้นไม้ลามิเนตหรือแผ่นลามิเนต เป็นวัสดุสังเคราะห์ทำขึ้นมาเพื่อเลียนแบบพื้นไม้จริง ทั้งผิวสัมผัสลวดลายใกล้เคียงกับธรรมชาติ ทำให้พื้นไม้ลามิเนต เป็นวัสดุปูพื้นที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบงานไม้ เพราะเหมือนไม้จริงเกือบ 100  %  และยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นคือทนความร้อน ทนต่อการขีดข่วน ทำความสะอาดได้ง่าย ติดตั้งไม่ยาก สะดวก รวดเร็ว ทำให้ประหยัดเวลาและประหยัดค่าจ้างแรงงาน

  1. กระเบื้องลายไม้เนื้อเซรามิค

เรื่องน่ารู้กระเบื้องลายไม้ กับงานออกแบบตกแต่งภายใน

กระเบื้องลายไม้เนื้อเซรามิค ทำจากดินเผาคุณภาพสูง ตัวกระเบื้องมีความแข็งแรง คงทนต่อความร้อนความชื้น กันน้ำซึม ทนชื้นทนร้อนได้ดี และยังเป็นกระเบื้องปูพื้นที่ติดตั้งได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ราคาไม่แพงมากนัก เป็นวัสดุปูพื้นทีได้รับความสนใจเนื่องจากสีและลวดลายสวยงามเหมือนไม้จริงทุกประการ ผิวสัมผัสให้ความเย็น ส่วนความแตกต่างจากไม้จริงมีเพียงความแข็งของกระเบื้องเซรามิคที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง

  1. กระเบื้องยางลายไม้

เรื่องน่ารู้กระเบื้องลายไม้ กับงานออกแบบตกแต่งภายใน

กระเบื้องยางลายไม้ เป็นวัสดุปูพื้นเลียนแบบไม้ทำจากโพลิเมอร์ชนิดหนึ่ง คุณสมบัติของกระเบื้องยางจะมีพื้นผิวสัมผัสคล้ายไม้จริง มีน้ำหนักค่อนข้างเบา แต่สามารถรองรับแรงกระแทกหรือน้ำหนักมาก ๆได้เป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่นและมีแรงหนืดในระหว่างที่สัมผัสกับกระเบื้องยางค่อนข้างสูง  ช่วยป้องกันการลื่นล้มและยังช่วยดูดซับทั้งกลิ่นกับเสียง ทำความสะอาดได้ง่ายสุดเพียงเช็ดด้วยผ้าโดยไม่ทิ้งให้คราบสกปกฝั่งแน่น

นอกจากนั้นกระเบื้องยางลายไม้ ยังให้ลวดลายและสีสันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับงานตกแต่งภายในทุกจัดของบ้านหรือภายในอาคาร  เช่น การปูพื้นบ้าน พื้นอาคาร ร้านค้า ห้องทำงาน ปูพื้นห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องนอน รวมทั้งห้องครัว ก็สามารถปูกระเบื้องยางลายไม้ได้ ข้อดีของกระเบื้องยางลายไม้ที่ได้รับความนิยม นอกจากราคาเข้าถึงง่าย หากใช้หรือปูพื้นแล้วเกิดความเสียหายก็สามารถลอกออกเพื่อซ่อมแซมโดยเปลี่ยนเพียงบางแผ่นไม่จำเป็นต้องรื้อใหม่ทั้งหมด

คุณสมบัติและข้อดี ข้อด้อย ของกระเบื้องยางลายไม้

  1. กระเบื้องยางลายไม้ สามารถปูทับกระเบื้องเดิมหรือพื้นเดิมแบบอื่น ๆ ได้ เช่นพื้นปูน พื้นไม้ปาร์เก้ แต่ต้องใช้ปูนปาดเพื่อปิดร่องยาแนวหรือพื้นเดิมต้องเป็นพื้นเรียบเท่านั้น
  2. สามารถนำไปตกแต่งภายใน โดยติดผนังหรือเพดานได้ด้วย
  3. มีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและความหนาของชั้นเคลือบ
  4. ข้อดีของกระเบื้องยางลายไม้ ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดี ดูแลรักษาทำความสะอาดง่าย ทนไฟและซ่อมแซมได้ง่าย
  5. ส่วนข้อด้อยของกระเบื้องยางลายไม้ เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจจะหดตัวทำให้เห็นขอบกระเบื้องเป็นร่องๆ จนทำให้พื้นแยกกันเป็นส่วนๆ และดูไม่สวยงาม

กระเบื้องลายไม้เป็นวัสดุทดแทนหรือเลียนแบบไม้จากธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันมีราคาแพงและหายาก กระเบื้องลายไม้ ทำจากวัสดุหลายประเภทสีสันและลวดลายสวยงามเหมือนหรือใกล้เคียงกับไม้จริง ทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่นิยมนำมาปูพื้นและตกแต่งภายใน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบงานไม้ หรือต้องการลดทอนความแข็งกระด้างของบ้านปูน  กระเบื้องลายไม้คือตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานออกแบบตกแต่งภายใน

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

งานออกแบบตกแต่งภายในที่สวยงามโดดเด่นสะดุดตาผู้พบเห็น นอกจากการออกแบบของอินทรีเรียร์แล้ว การเลือกวัสดุอุปกรณ์ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่บ่งบอกรสนิยมหรือสไตล์การตกแต่งของเจ้าของบ้าน เจ้าของอาคารหรือเจ้าของสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วนคนที่ชื่นชอบการตกแต่งที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เดอะตรีทัช มีกระเบื้องลายโบราณ พร้อมวิธีการเลือกให้เหมาะกับงานตกแต่งภายในมาแนะนำครับ

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน
วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

กระเบื้อลายโบราณ เป็นวัสดุปูพื้นที่มีลายและสีสันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  มีหลากหลายรุ่นทั้งลวดลายเรขาคณิต ลวดลายเกี่ยวกับธรรมชาติรวมถึงสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ทั้งคนและสัตว์ บ่งบอกลักษณะความเป็นกระเบื้องลายโบราณที่มีความแตกต่างจากกระเบื้องทั่วไป เห็นได้ชัดเจนจากโทนสีและลวดลายย้อนยุคหลายสมัยผ่านวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งยุโรป เอเชีย อิตาลี และตะวันออกกลาง ทำให้กระเบื้องลายโบราณโดดเด่นเหมาะกับงานตกแต่งภายในและงานตกแต่งเกือบทุกประเภท สำหรับการเลือกกระเบื้องให้เหมาะกับงานตกแต่งภายในมีวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  1. เลือกตามประเภทของการใช้งาน

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน
วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

กระเบื้องลายโบราณ มีการออกแบบและผลิตออกมาให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การนำไปตกแต่งภายในโดยใช้เป็นวัสดุปูพื้น หรือปูผนัง เพราะกระเบื้องแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกัน สำหรับกระเบื้องลายโบราณ ที่ใช้ปูพื้นจะมีความแข็งแรงและทนกว่ากระเบื้องปูผนัง เนื่องจากต้องรับน้ำหนักมากกว่า แม้บางครั้งอาจนำกระเบื้องปูพื้นมาปูผนังได้ แต่กระเบื้องสำหรับปูผนังไม่เหมาะสำหรับการปูพื้นห้อง เพราะไม่สามารถรับน้ำหนักได้ และผิวของกระเบื้องยังไม่คงทนต่อการขูดขีดอีกด้วย การเลือกตามประเภทของการใช้งาน จะทำให้คงทนและยืดอายุการใช้งานได้ดีกว่า

  1. พิจารณาเลือกจากประโยชน์ใช้สอย

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน
วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

การนำกระเบื้องลายโบราณมาเป็นวัสดุตกแต่งภายใน โดยเฉพาะการใช้ปูพื้นภายในบ้านซึ่งแต่ละห้องหรือแต่ละส่วนภายในบริเวณบ้าน จะมีประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างกัน เช่น การนำมาปูพื้นห้องน้ำ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือเรื่องของความปลอดภัย ควรพิจารณาเลือกกระเบื้องลายโบราณจากผิวสัมผัสที่ช่วยกันการลื่นได้ ส่วนห้องครัวเป็นพื้นที่ต้องทำความสะอาดเช็ดถูบ่อย ๆ อาจพิจารณากระเบื้องลายโบราณที่มีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำต่ำและสามารถทำความสะอาดได้ง่าย

  1. เลือกจากลวดลายและโทนสีที่ชื่นชอบ

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน
วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

กระเบื้องลายโบราณมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ลวดลายรูปทรงเรขาคณิต ลวดลายต้นไม้ ดอกไม้

และลวดลายที่เกี่ยวกับธรรมชาติ รูปสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ทั้งคนและสัตว์ โทนสีกระเบื้องลายโบราณจะมีทั้งโทนสีเข้ม โทนสีขาว โทนสีธรรมชาติ หรือนำโทนสีเข้มและสีอ่อนมาออกแบบตัดแต่งผสมกลมกลืนกันอย่างมีเอกลักษณ์ แต่ยังคงกลิ่นอายของความโบราณเอาไว้

  1. เลือกจากขนาดของกระเบื้อง

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน
วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

การเลือกขนาดของกระเบื้องลายโบราณ โดยทั่วไปกระเบื้องที่วางขายในท้องตลาดมีให้เลือกหลายขนาด สำหรับห้องที่มีขนาดเล็ก อาจเลือกใช้กระเบื้องลายโบราณปูพื้นและตกแต่งห้องชนิดแผ่นเล็ก หรือกระเบื้องปูพื้นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อให้ห้องดูกว้างขึ้น ส่วนห้องที่มีขนาดใหญ่ สามารถเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นแผ่นใหญ่ได้ หรืออาจเลือกขนาดของกระเบื้องตามความชื่นชอบของเจ้าของบ้านเจ้าของอาคารสถานที่ก็ทำได้เช่นเดียวกัน

  1. เลือกจากแบบบ้านหรือสไตล์การตกแต่ง

วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน
วิธีเลือกกระเบื้องลายโบราณ ให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน

 

แบบบ้านที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน นอกจากมีหลายรูปแบบแล้วยังสามารถประยุกต์การตกแต่งภายในได้ตามรูปแบบหรือตามสไตล์ที่เจ้าของบ้าน เจ้าของอาคารสถานที่ต้องการ เช่น ตกแต่งห้องรับแขก ห้องอาหาร หรือร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม สไตล์วินเทจ หรือสามารถนำกระเบื้องลายโบราณไปประยุกต์ตกแต่งได้หลากหลาย เช่น การตกแต่งสไตล์ลอฟท์ อาจเลือกกระเบื้องลายโบราณที่ให้โทนสีเรียบ ไม่ฉูดฉาด ได้แก่ สีดำ เทา หรือน้ำตาล ส่วนสไตล์โมรอคโค จะเน้นกระเบื้องลายโบราณโทนสีสันที่ฉูดฉาดตัดสลับกันไปมาสร้างบรรยากาศสดชื่นให้กับห้องแต่ยังคงเอกลักษณ์ของกระเบื้องลายโบราณเอาไว้

การเลือกกระเบื้องลายโบราณให้เหมาะกับงานตกแต่งภายใน นอกจากทั้ง 5 วิธีที่กล่าวมา รูปแบบบ้านสมัยใหม่ที่ได้รับความในปัจจุบันอย่างเช่นบ้านสไตล์โมเดิร์น ที่มีความหรูหรา ทันสมัย ก็สามารถนำกระเบื้องลายโบราณไปประยุกต์ตกแต่งภายในทั้งปูพื้นและปูผนังห้องได้อย่างสวยงามลงตัว

โปรโมชั่นกระเบื้องปูพื้น

🔥โปรโมชั่น #กระเบื้องปูพื้น🔥
ต้อนรับเดือนสิงหาคม🤱ลดราคาสุดพิเศษ
🛍สินค้ามีจำนวนจำกัดหรือจนกว่าสินค้าจะหมด☺️

5 เหตุผลที่ควรเลือกใช้กระเบื้องสระว่ายน้ำ

5 เหตุผลที่ควรเลือกใช้กระเบื้องสระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำที่ปูพื้นด้วยกระเบื้อง ถือว่าเป็นสระว่ายน้ำที่มีความสวยงามเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนที่ได้เห็นและยิ่งเมื่อลงไปใช้งานจะรู้สึกถึงความรื่นรมย์ที่ได้รับจากผิวสัมผัสของกระเบื้อง โดยกระเบื้องที่นำมาใช้ในการติดตั้งสระว่ายน้ำมีให้เลือกหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งเหตุผลที่ควรเลือกใช้กระเบื้องมาทำการติดตั้งในสระว่ายน้ำภายในบ้านมีอยู่หลายประการด้วยกัน ดังนี้

1.ความสวยงาม

ความสวยงามของกระเบื้องสระว่ายน้ำถือเป็นข้อเด่นที่ไม่สระว่ายน้ำชนิดอื่นเทียบไม่ติด เพราะไม่ว่าจะมีสระว่ายน้ำที่มีการพัฒนาแบบให้มีความทันสมัยและสะดวกต่อการใช้งานมากแค่ไหน แต่หากเลือกได้คนส่วนมากจะเลือกใช้สระว่ายน้ำทีปูด้วยกระเบื้องมากกว่า เพราะกระเบื้องสำหรับนำมาปูสระว่ายน้ำในปัจจุบันนี้มีลวดลายและสีสันให้เลือกเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และมีการผสมแร่ดินดำเข้ามาใช้ในการผลิตกระเบื้อง ทำให้สามารถผลิตกระเบื้องที่มีสีสันได้ตามที่ต้องการ ทั้งสีโทนอ่อนและโทนเข้ม ส่งผลให้สระว่ายในปัจจุบันที่ปูด้วยกระเบื้องจึงมีสีที่สวยแปลกตามากยิ่งขึ้นและยังมั่นใจได้ว่าผ่านไปกี่ปี กระเบื้องสระว่ายจะคงสีที่สวยงามเหมือนวันแรกที่ทำการติดตั้ง ต่างจากสระว่ายน้ำชนิดอื่น ที่กาลเวลาจะทำให้พื้นสระเกิดการเปลี่ยนสี โดยสีจะค่อย ๆ ซีดลงอย่างช้า ๆ จากการทำลายของแสงแดดและการกัดกร่อนของคลอรีนในสระว่ายน้ำนั่นเอง ดังนั้นการเลือกใช้กระเบื้องมาปูสระว่ายน้ำจะทำให้ท่านได้สระว่ายน้ำที่สวยไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

2.ความทนทานสูง

การผลิตกระเบื้องถึงแม้จะเป็นการผลิตจากดิน แต่ขั้นตอนในการผลิตจำเป็นต้องใช้อุณหภูมิที่สูงมากในการเผากว่าจะได้กระเบื้องสระว่ายน้ำออกมาแต่ละรูปแบบ ซึ่งกระเบื้องที่ผลิตออกมาเพื่อใช้ในการทำสระว่ายน้ำจะมีการผลิตที่มีมาตรฐานที่ได้รับการทดสอบมาเป็นอย่างดีว่าจะทำให้กระเบื้องมีความคงทนต่อการขัดถูและการกัดกร่อนสูง ถึงแม้ว่าราคาของกระเบื้องที่ได้มาตรฐานนี้อาจจะดูสูงกว่ากระเบื้องบางชนิดหรือสระว่ายน้ำบางแบบ แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพและอายุการใช้งานของสระว่ายน้ำที่ปูด้วยกระเบื้องแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เพราะกระเบื้องที่นำมาติดตั้งกับสระว่ายน้ำนั้นจะมีอายุการใช้งานหลายสิบปี โดยที่สีไม่เปลี่ยนและไม่แตกร้าวเลย

3.ปลอดภัยไร้สารพิษ

กระเบื้องสระว่ายน้ำมีวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคือดินเป็นหลัก ซึ่งขั้นตอนการทำให้เกิดสีและความมันวาวจะเป็นขั้นตอนเฉพาะซึ่งไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเมื่อนำไปใช้งานในสระว่ายน้ำที่มีค่าสารคลอรีนผสมอยู่ ก็ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะถึงแม้คลอรีนจะทำการกัดกร่อนผิวกระเบื้องออกมาก็เป็นสารธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายนั้นเอง แต่หากใช้วัตถุที่เป็นสารสังเคราะห์หรือคอนกรีตที่ทาสี บางครั้งคลอรีนในน้ำอาจทำให้พื้นสระเกิดการสึกกร่อนนำสารเคมีออกมาผสมในน้ำ เมื่อลงไปใช้งานแล้ว ผู้ใช้อาจเกิดอาการแพ้หรือสะสมในร่างกายก่อให้เกิดโรคในอนาคตได้

4.การดูดซึมน้ำน้อย

กระเบื้องสระว่ายน้ำเป็นกระเบื้องที่ได้รับการออกแบบให้มีการดูดซึมน้ำได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับกระเบื้องชนิดอื่น ซึ่งการดูดซึมน้ำต่ำทำให้ถึงแม้กระเบื้องจะต้องอยู่ในน้ำตลอดเวลาแล้ว กระเบื้องก็ไม่หลุดหรือร่อนออกจากพื้นที่ที่ทำการติดไว้ แต่หากเลือกกระเบื้องชนิดอื่นที่ไม่ใช่กระเบื้องสำหรับสระว่ายน้ำมาติดตั้ง เพราะคิดว่ามีราคาที่ถูกกว่าแล้ว แต่มีอัตราการซึมน้ำที่มากกว่า เมื่อติดตั้งไปได้สักระยะหนึ่ง กระเบื้องเหล่านั้นจะค่อย ๆ หลุดร่อนออกมาที่ละน้อย ทำให้สระว่ายน้ำไม่สวยงามและต้องเสียเงินในการเปลี่ยนกระเบื้องใหม่

5.ไร้รอยขีดข่วน

กระเบื้องผลิตมาเพื่อสระว่ายน้ำเป็นกระเบื้องที่มีความทนทานต่อการขีดข่วนสูงมาก เพราะมีการเผาด้วยอุณหภูมิที่สูงมากว่า 1,200 องศาเซลเซียส ทั้งแบบที่เป็นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีผิวด้าน นอกจากนี้ยังมีการผสมแร่ดินดำลงไปในส่วนผสมการผลิต ทำให้กระเบื้องสระว่ายมีความคงทนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงหมดกังวลไปได้เลยว่า เมื่อใช้งานกระเบื้องไปเป็นระยะเวลานานแล้วผิวหน้าของกระเบื้องจะมีรอยขีดข่วนทำให้พื้นสระว่ายน้ำหมดความสวยงาม เพราะไม่ว่าจะใช้งานหลายสิบปี พื้นผิวหน้าของกระเบื้องก็ยังคงไร้รอยขีดข่วนแน่นอน

จะเห็นว่าการใช้กระเบื้องสระว่ายน้ำมาติดตั้งสระว่ายน้ำทำให้ท่านได้สระว่ายน้ำที่มีทั้งความแข็งแรง ทนทานและความสวยงาม ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ว่าราคาของสระว่ายน้ำที่ใช้กระเบื้องอาจมีราคาสูงกว่าการทำสระว่ายน้ำชนิดอื่นค่อนข้างมาก แต่เมื่อเทียบอายุการใช้งาน การดูแลรักษาและความสวยที่ได้รับถือว่าคุ้มค่ามาก และหากคุณต้องการกระเบื้องสระว่ายน้ำที่มีคุณภาพจะต้องเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่เชื่อถือและทีมช่างผู้ชำนาญงานในการติดตั้ง เพื่อที่คุณจะได้กระเบื้องที่ได้มาตรฐานและสระว่ายน้ำที่มีคุณภาพอยู่กับบ้านของคุณไปอีกนาน

กระเบื้องหลังคาแบบไหน ช่วยประหยัดค่าไฟได้ดีที่สุด?

กระเบื้องหลังคาแบบไหน ช่วยประหยัดค่าไฟได้ดีที่สุด?

เมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้น ซึ่งในปัจจุบันนี้อากาศมีความร้อนสูงมาก ดังนั้นการทำบ้านควรเลือกวัสดุที่สามารถป้องกันความร้อนได้ดี เพื่อช่วยให้ภายในบ้านมีอากาศที่เย็น ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในการใช้งานเครื่องปรับอากาศได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกระเบื้องหลังคาที่เป็นด้านแรกในการสัมผัสกับแสงแดด หากหลังคาสามารถป้องกันความร้อนได้ดีก็จะช่วยประหยัดไฟได้มาก

องค์ประกอบของหลังคาที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า

องค์ประกอบของหลังคามีอยู่ด้วยกันหลายส่วน ซึ่งแต่ละส่วนก็มีความสำคัญเช่นกัน ดังนั้นหากต้องการให้หลังคาบ้านช่วยลดความร้อนให้เข้าสู่ตัวบ้านได้น้อยลง ลักษณะขององค์ประกอบหลังคาจะต้องเป็นมีลักษณะดังนี้

1.รูปร่างทรงจั่ว หลังคาทรงจั่วถึงแม้อาจจะดูเป็นหลังคาที่ไม่ทันสมัย  แต่กลับเป็นลักษณะของหลังคาที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศเมืองไทยมากที่สุด เพราะเป็นหลังคาที่สามารถระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากพื้นที่ใต้หลังคามีมากและมีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้สามารถระบายความร้อนที่อยู่ภายในได้เป็นอย่างดี

2.สีของหลังคา สีของกระเบื้องหลังคาส่วนหนึ่งที่สามารถลดความเข้มข้นของแสงแดดที่เข้ามาสัมผัสผิวกระเบื้อง ซึ่งสีของกระเบื้องที่ควรเป็นสีอ่อนและเคลือบด้วยสารกันความร้อนที่มีลักษณะเงาวาว เพื่อช่วยในการสะท้อนความร้อนออกไปจากแสงแดดได้มากขึ้น

3.ชนิดของหลังคา ชนิดของกระเบื้องหลังคานับเป็นตัวแปรหลักที่จะช่วยให้บ้านมีความร้อนน้อยลง ดังนั้นเราจึงควรเลือกกระเบื้องให้สามารถลดความร้อนให้ได้มากที่สุด

4.ฉนวนกันความร้อน นอกจากวัสดุที่กล่าวมาแล้ว ฉนวนกันความร้อนเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยลดความร้อนเข้าไปในตัวบ้าน เพราะเป็นตัวกรองความร้อนที่ผ่านกระเบื้องมุงหลังคาที่ลงมาให้เข้าสู่ภายในตัวบ้านน้อยลง ดังนั้นจึงควรทำการติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคามาเป็นตัวช่วยในการลดความร้อนให้เข้าสู่ภายในตัวบ้านด้วย

นี่คือองค์ประกอบของหลังคาที่จะช่วยให้ตัวบ้านมีความร้อนน้อยลง ซึ่งจะเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดความร้อนก็คือ กระเบื้องหลังคาที่นำมามุง เพราะหากเลือกกระเบื้องที่ไม่เหมาะสมหรือเลือกที่ความสวยเพียงอย่างเดียว บ้านอาจจะต้องจ่ายค่าไฟที่สูงลิบต่อเดือนได้

การเลือกกระเบื้องหลังคาเพื่อช่วยประหยัดไฟฟ้า

กระเบื้องหลังคามีอยู่หลายชนิดที่สามารถนำมาใช้มุงหลังคาในเมืองไทย ซึ่งแต่ละประเภทล้วนมีลักษณะเด่นและลักษณะด้อยที่ต่างกัน แต่หากคุณต้องการกระเบื้องมุงหลังคาที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ดี คุณจะต้องเลือกกระเบื้องที่สามารถป้องกันความร้อนให้เข้าสู่ตัวบ้านให้น้อยที่สุด เพราะเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ภายในบ้าน ดังนั้นหากอากาศภายในบ้านเย็นลง เครื่องปรับอากาศจะทำงานน้อยลง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายน้อยลงตามไปด้วย

ซึ่งกระเบื้องมุงหลังคาที่มีคุณสมบัติในการลดความร้อนให้เข้าสู่ตัวบ้านได้น้อยที่สุดคงต้องยกให้กระเบื้องมุงหลังคาเซรามิกชนิดที่มีสารเคลือบผิวมัน เพราะกระเบื้องชนิดนี้จัดว่าเป็นกระเบื้องที่มีคุณสมบัติทำให้บ้านเย็นได้มากที่สุด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้กระเบื้องมุงหลังคาเซรามิกเป็นกระเบื้องที่ดีสุดในการลดความร้อน ก็มีดังนี้

1.ดูดซับความร้อนได้ช้า

กระเบื้องเซรามิกเป็นกระเบื้องที่ผลิตจากดินและแร่ธาตุหลายชนิดนำมารวมกันและเผาด้วยอุณหภูมิที่สูงมาก จนได้กระเบื้องที่มีความแข็งแรง ทนทาน ซึ่งข้อดีของกระเบื้องเซรามิกที่ผลิตได้ คือ ดูดซับความร้อนได้ช้า โดยเมื่อเทียบกับกระเบื้องชนิดอื่น เมื่อนำมาตั้งอยู่กลางแดดในช่วงระยะเวลาที่เท่ากัน อุณหภูมิของกระเบื้องเซรามิกจะต่ำที่สุด ดังนั้นเมื่อนำมาเป็นกระเบื้องหลังคาจึงทำให้ความร้อนเข้าสู่ภายในตัวบ้านได้ช้ากว่ากระเบื้องชนิดอื่น

2.คายความร้อนได้เร็ว

อีกคุณสมบัติหนึ่งของกระเบื้องเซรามิกที่ช่วยให้บ้านไม่ร้อน คือ กระเบื้องสามารถคายความร้อนได้เร็ว ทำให้สามารถระบายความร้อนออกไปได้ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้ถึงแม้ว่ากระเบื้องจะมีความสูงมาทั้งวันแล้ว แต่ในเวลากลางคืนความร้อนจะระบายออกจากแผ่นกระเบื้องหลังคาภายในระยะเวลาไม่นาน ทำให้ภายในบ้านมีอุณหภูมิลดลงตามอุณหภูมิภายนอกทันทีหลังจากพระอาทิตย์ตกไม่นาน เนื่องจากไม่มีความร้อนอยู่ในกระเบื้องมุงหลังคานั้นเอง

3.มีการเคลือบสารมันวาว

กระเบื้องหลังคาเซรามิกมีการพัฒนาให้มีการเคลือบสารที่มีลักษณะมันวาว ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการสะท้อนความร้อนได้ดี ดังนั้นเมื่อความร้อนจากแสงแดดส่องเข้ามากระทบกับผิวกระเบื้องแล้ว ความร้อนส่วนหนึ่งจะถูกสะท้อนออกไปทันที ทำให้ความร้อนที่เหลือมาสัมผัสกับผิวของกระเบื้อง ที่กระเบื้องทำการดูดซึมความร้อนไว้นั้นมีน้อยลง นั่นเป็นข้อดีที่ทำให้กระเบื้องเกิดความร้อนช้าลงไปอีก จึงไม่จำเป็นต้องใช้กระเบื้องที่มีสีอ่อนก็สามารถลดการดูดซึมความร้อนของกระเบื้องได้

จะเห็นว่ากระเบื้องเซรามิกเป็นกระเบื้องที่มีคุณสมบัติในการกันความร้อนและคายความร้อนได้ดี ทำให้บ้านที่ใช้กระเบื้องหลังคาเป็นกระเบื้องเซรามิก โดยเฉพาะแบบที่เคลือบผิวมันด้วย จะทำให้สามารถกันความร้อนได้ดี ส่งผลให้ภายในตัวบ้านมีความร้อนน้อยลง ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง จึงนับว่าเป็นกระเบื้องหลังคาที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ดีที่สุด

เทคนิคเลือกวัสดุปูพื้นสำหรับห้องนอน

เทคนิคเลือกวัสดุปูพื้นสำหรับห้องนอน

เมื่อกล่าวถึงห้องนอน หลายคนจะคิดถึงเตียงนอนมากที่สุด เพราะห้องนอนเป็นที่นอนพักผ่อนของทุกคน แต่ว่าห้องนอนไม่ใช่เป็นแค่ห้องสำหรับใช้นอนเท่านั้น ยังเป็นสถานที่ส่วนตัวที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย ผ่อนคลายความตึงเครียดและรู้สึกสบายกาย สบายใจทุกครั้งที่ได้เข้ามาภายในห้อง แน่นอนว่าวัสดุปูพื้นที่นำมาใช้ในห้องนอนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ห้องนอนเป็นห้องแห่งการพักผ่อนที่ดี ซึ่งวันนี้เรามีเทคนิคในการเลือกวัสดุปูพื้นสำหรับห้องนอนที่จะช่วยให้ห้องนอนของคุณดูดีและสวยขึ้นได้

ป้ายกำกับ

1.ชนิดของวัสดุปูพื้น

วัสดุที่นำมาปูพื้นห้องนอนสามารถใช้ได้เกือบทุกชนิด เนื่องจากพื้นห้องนอนเป็นพื้นที่มีความจำเพาะของการใช้น้อย จึงสามารถเลือกใช้ได้ทุกแบบตามที่ชอบ เช่น พื้นไม้ลามิเนต กระเบื้องแกรนิตโต้ ไม้ปาร์เก้ กระเบื้องเซรามิค กระเบื้องหินอ่อน เป็นต้น แต่หากต้องการให้ห้องนอนมีความเย็นและดูสบายตา  แนะนำให้เลือกใช้กระเบื้องหินอ่อน กระเบื้องเซรามิค หรือกระเบื้องแกรนิตโต้ เนื่องจากกระเบื้องทั้ง 3 ชนิดนี้มีคุณสมบัติในการเก็บความเย็นได้ดี

ดังนั้น เมื่อนำมาเป็นวัสดุปูพื้นห้องนอนจะทำให้ห้องนอนเย็นสบายตลอดเวลาที่นอน เหมาะสำหรับเมืองร้อนอย่างบ้านเราที่มีอากาศร้อนเกือบทั้งปี เพราะอากาศเย็นสบายจะทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่สำหรับท่านใดที่ชื่นชอบลายไม้ก็สามารถใช้พื้นไม้แบบต่าง ๆ เข้ามาเป็นวัสดุปูพื้นได้เช่นกัน เพราะพื้นไม้ไม่ว่าจะเป็นไม้จริงหรือไม้สังเคราะห์ ด้วยลวดลายและสีจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้เช่นกัน

2.สีของพื้น

สีของวัสดุปูพื้นที่ควรนำมาปูห้องนอนควรเลือกเป็นสีอ่อน ๆ ในโทนเย็น เช่น สีเขียว สีชมพูอ่อน สีเหลืองอ่อน สีฟ้า และสีน้ำตาลอ่อน เป็นต้น เพราะสีโทนนี้จะทำให้ผู้ที่อยู่ภายในห้องรู้สึกสบายตา และส่งผลต่ออารมณ์ทำให้อารมณ์เย็นลงได้ ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายก่อนนอน เมื่อหลับแล้วจะหลับลึกทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ตื่นมาจะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้การปูพื้นสีอ่อนยังทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างขึ้น ไม่อึดอัดรู้สึกอิสระมากขึ้นด้วย ไม่ควรทำการปูพื้นด้วยวัสดุสีเข้มมาก ๆ โดยเฉพาะสีดำ เพราะสีดำจะส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในห้องรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ เพราะสีดำเป็นสีที่แสดงถึงความทุกข์

3.ลวดลายของพื้น

การปูพื้นห้องนอนควรเลือกใช้วัสดุปูพื้นไม่ควรเลือกแบบที่มีลวดลายจำนวนมาก หรือลวดลายที่ใช้สีฉุดฉาดในการวาด เช่น สีแดง สีส้ม สีม่วงหรือโทนสีเข้มทุกสี เพราะลวดลายที่มากจะทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องเกิดอาการตาลายหรือรู้สึกเวียนหัวได้ หากทำการเพ่งมองพื้นห้อง เนื่องจากห้องนอนเป็นห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งน้อยมาก ทำให้ไม่มีจุดโฟกัสสายตาไปที่อื่น แต่จะโฟกัสมาที่พื้นห้องเป็นหลัก

ดังนั้น การเลือกวัสดุปูพื้นที่มีลวดลายและสีสันมาก ๆ จะทำให้สมองสั่งงานให้เกิดการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้นอนหลับไม่สนิท ทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนั่นเอง ดังนั้นจึงควรเลือกปูพื้นที่มีลวดลายน้อย ๆ  หรือลายที่มีสีอ่อน ๆ อยู่ในโทนเดียวกันจะดีที่สุด หรือใครที่ชอบนำกระเบื้องแต่ละสีมาปูต่อกันเป็นลวดลายก็สามารถทำได้ แต่ควรเลือกสีกระเบื้องในโทนสีอ่อนมาทำการปู อย่าใช้กระเบื้องโทนสีเข้มจะดีกว่า

4.ขนาดของวัสดุปูพื้น

หากต้องการปูพื้นห้องนอนด้วยกระเบื้องปูพื้นแล้ว ควรเลือกกระเบื้องที่มีขนาดใหญ่ที่มีการเคลือบสารให้ความมันวาวอย่างดีมาทำการปู เพราะกระเบื้องขนาดใหญ่ สีอ่อน ที่มีความมันวาวในตัว เมื่อนำมาปูพื้นห้องนอนจะทำให้ห้องนอนดูมีขนาดที่กว้างขวางมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในห้องรู้สึกถึงความปลอดโปร่ง โล่งไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อต้องอยู่ในห้องเป็นเวลานาน แต่หากใช้กระเบื้องแผ่นเล็กที่มีสีเข้มมาปูพื้นจะทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องรู้สึกอึดอัดมากกว่า ดังนั้นหากต้องกรใช้กระเบื้องเป็นวัสดุในการปูพื้นจึงควรเลือกขนาดตั้งแต่ขนาด 20 เซนติเมตรขึ้นไป เมื่อนำมาปูจะทำให้ห้องนอนดูกว้างมากขึ้น

5.การดูแลวัสดุปูพื้น

อย่างที่ทราบกันดีว่าวัสดุแต่ละชนิดที่นำมาปูพื้นมีการดูแลที่ต่างกัน ดังนั้นอีกอย่างหนึ่งที่ต้องนำมาใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกก็คือ ขั้นตอนการดูแล เนื่องจากผู้ใช้งานแต่ละคนมีเวลาและความพร้อมในการดูแลพื้นที่ต่างกัน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกว่าจะใช้วัสดุใดมาปูพื้นควรศึกษาข้อดีข้อเสียของวัสดุนั้นเสียก่อน เพราะห้องนอนเป็นห้องที่ต้องการความสะอาด ห้ามมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกสะสม เพราะสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปทำร้ายร่างกายในเวลานอนหลับได้ แต่ทางที่ดีควรเลือกวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ไม่มีการสะสมของเชื้อโรค เพื่ออากาศที่ดีและสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัย

นี่คือเทคนิคในการเลือกวัสดุปูพื้นสำหรับห้องนอน เพราะห้องนอนคือห้องแห่งการพักผ่อน ดังนั้นจึงควรเลือกวัสดุปูพื้นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายตา สบายใจทุกครั้งที่ได้เห็น แล้วท่านจะมีความสุขกับการนอนหลับพักผ่อนในทุกเวลา

เนื้อหาเพิ่มเติม ที่น่าสนใจ

อยากซื้อกระเบื้องปูพื้นต้องเช็คชนิดหรือราคากระเบื้องก่อนกัน?

อยากซื้อกระเบื้องปูพื้นต้องเช็คชนิดหรือราคากระเบื้องก่อนกัน?

กระเบื้องปูพื้นถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้อาคารบ้านเรือนมีความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นหลายครั้งที่คุณจะต้องทำการเลือกกระเบื้องปูพื้นด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้นในห้องนอน ห้องน้ำหรือห้องครัว แต่การเลือกกระเบื้องเราควรให้ความสำคัญกับชนิดของกระเบื้องหรือราคากระเบื้องก่อนกัน วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว ซึ่งการเลือกกระเบื้องปูพื้นที่ดีมีคุณภาพสำหรับนำมาใช้งานจะต้องคำนึงถึงชนิดของกระเบื้องก่อน เนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้

1.ลักษณะของพื้นที่

กระเบื้องแต่ละชนิดได้รับการออกแบบให้มีคุณสมบัติในการใช้งานที่ต่างกัน ทั้งด้านความหนา ความคงทน ผิวสัมผัส ทำให้กระเบื้องแต่ละแบบที่ออกแบบมานั้นมีความเหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบและสถานที่สำหรับติดตั้งที่ต่างกัน ถึงแม้ว่าการออกแบบกระเบื้องที่เราเห็นส่วนมากเราจะพิจารณาที่ความสวยงามภายนอกกับราคากระเบื้องเท่านั้น แต่สำหรับนักออกแบบกระเบื้องแล้วได้นอกจากความสวยงามที่สร้างสรรค์ออกมาแล้ว ยังได้มีการออกแบบรูปแบบที่สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานอีกด้วย  โดยเฉพาะกระเบื้องปูพื้นสำหรับห้องน้ำและห้องครัวที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการลื่นได้ง่าย

เนื่องจากมีโอกาสการเกิดคราบน้ำหรือน้ำมันหกลงไปบนพื้นจากการอาบน้ำ ทำกิจกรรมในห้องน้ำหรือการประกอบอาหารในห้องครัว หรือแม้แต่กระเบื้องที่ใช้ในโรงรถที่หลายคนมักมองข้ามคิดว่าใช้กระเบื้องแบบใดก็ได้ ที่ราคาไม่สูงมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องกาความสวยงาม แต่พอทำการติดตั้งกระเบื้องลงไปพบว่าใช้งานได้ไม่เท่าไหร่กระเบื้องกลับเกิดการแตกร้าวขึ้น ทำให้ต้องเปลี่ยนกระเบื้องเป็นประจำ ดังนั้นพื้นที่โรงรถหรือพื้นที่ที่ต้องแบกรับน้ำหนักมาก ๆ ภายนอกบ้านควรเลือกกระเบื้องที่มีความแข็งแรง ทนทาน ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายนอก ดังนั้นจะเห็นว่าการเลือกชนิดของกระเบื้องให้เหมาะกับพื้นที่ในการใช้งานเป็นอันดับแรก ถึงแม้ว่าราคากระเบื้องในชนิดที่ต้องการอาจมีราคาสูงกว่าก็ตาม

2.ขนาดของกระเบื้อง

ขนาดของกระเบื้องถึงแม้จะส่งผลต่อการใช้งานน้อย แต่ส่งผลต่อราคากระเบื้องค่อนข้างมาก เพราะขนาดของกระเบื้องที่มีขนาดใหญ่จะมีราคาสูงกว่า แต่หากเลือกขนาดกระเบื้องที่เหมาะสมจะทำให้พื้นที่ในการปูดูสวยงามและเป็นระเบียบมากขึ้น เนื่องจากขนาดกระเบื้องที่มีขนาดใหญ่จะมีการติดตั้งที่ยากต้องใช้ช่างฝีมือในการปูกระเบื้อง จึงจะสามารถทำการติดตั้งให้พื้นมีความเรียบเสมอกันทั้งพื้นห้อง นอกจากนั้นแล้วขนาดกระเบื้องยังมีผลต่อความปลอดภัยด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกขนาดของกระเบื้องให้เหมาะสมกับชนิดของห้องด้วย เช่น ห้องน้ำควรใช้กระเบื้องที่มีขนาดเล็กหรือ 20 เซนติเมตร X 20 เซนติเมตร เป็นต้น

3.สีของกระเบื้อง

สีส่งผลต่ออิทธิพลและความรู้สึกของผู้ทีได้เห็น ดังนั้นผู้ใช้งานกระเบื้องควรเลือกสีของกระเบื้องให้เหมาะสมกับชนิดของห้องด้วย เช่น ห้องนอนควรเลือกโทนสีอ่อนให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการพักผ่อน ห้องทำงานควรเลือกสีสดใสหรือสีที่เป็นแรงกระตุ้นให้มีความตื่นตัว ห้องทำครัวควรเลือกสีที่เรียบร้อยและดูสะอาดตา เพื่อให้มีสมาธิในการทำอาหาร เป็นต้น

นอกจากการเลือกสีให้เหมาะสมกับความรู้สึกแล้ว ยังควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่การใช้งานด้วย เช่น พื้นที่ที่ต้องเจอกับสิ่งสกปรกมาก อย่างพื้นซักล้างควรเลือกกระเบื้องที่มีสีเข้ม เป็นต้น จะเห็นว่าการเลือกสีของกระเบื้องให้เหมาะสมกับกับชนิดของห้องแล้ว นอกจากจะให้ความรู้สึกผ่อนคลายความเหนื่อยล้าหลังจากที่กลับมาจากภายนอกแล้ว ยังทำให้บ้านดูดีมีสไตล์มากขึ้นด้วยสีสันของกระเบื้องที่มีการแบ่งสัดส่วนและเข้ากับของตกแต่งภายในห้องด้วย ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้บ้านน่าอยู่ดูดีในสายตาของผู้ที่ได้เห็น โดยราคากระเบื้องชนิดเดียวกันแต่สีต่างกันส่วนมากจะมีราคาเดียวกัน

4.ลวดลาย

ปัจจุบันนี้ลวดลายของกระเบื้องมีให้เลือกเป็นจำนวนมาก ซึ่งราคากระเบื้องไม่ต่างกัน แต่ละลวดลายล้วนได้รับการออกแบบมาจากแรงบันดาลใจของผู้ผลิตให้เหมาะกับการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน ซึ่งการเลือกกระเบื้องก็ต้องคำนึกถึงลวดลายที่นำมาใช้ด้วย เพราะหากกระเบื้องไม่มีลวดลายเลยบ้างครั้งอาจจะทำให้พื้นที่ที่นำไปปูดูน่าเบื่อ ส่งผลให้ผู้ที่อยู่อาศัยไม่มีชีวิตชีวาได้ แต่หากกระเบื้องมีลวดลายมากเกินไปก็อาจจะให้พื้นที่บ้านดูแคบและรกรุงรังได้ ดังนั้นการเลือกลายกระเบื้องนอกจากความชอบส่วนตัวแล้ว ควรคำนึกถึงขนาดของพื้นที่ด้วย โดยหากเป็นห้องที่มีพื้นที่แคบหรือห้องสำหรับการพักผ่อนควรเลือกกระเบื้องที่ลวดลายและสีที่ใช้น้อย เพื่อให้ห้องแลดูมีพื้นที่กว้างขึ้นและดูสบายตาทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่หากห้องมีพื้นที่กว้างสามารถใช้ได้ทั้งกระเบื้องที่ลวดลายมากและลวดลายน้อยตามความพึงพอใจของผู้ใช้

จะเห็นว่าการเลือกกระเบื้องปูพื้นสำหรับนำมาใช้งานในการตกแต่งอาคารบ้านเรือนนั้นจำเป็นจะต้องเลือกที่ชนิดของกระเบื้องก่อนราคากระเบื้องเป็นอันดับแรก เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน เพราะว่ากระเบื้องแต่ละแบบที่ผลิตออกมานั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน หากทำการติดตั้งผิดที่ผิดตำแหน่งถึงแม้จะเป็นกระเบื้องปูพื้นเหมือนกันแต่ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ สำหรับเรื่องราคากระเบื้องปูพื้นก็ควรให้ความสำคัญรองลงมาจากการเลือกชนิดของกระเบื้อง เพราะในปัจจุบันนี้มีผู้ผลิตที่ทำการผลิตกระเบื้องออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก และหลายรุ่นหลายแบบให้เลือก ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีราคาที่ต่างกันไปให้เลือกซื้อกัน

ดังนั้นการเลือกกระเบื้องปูพื้นที่ดีควรคำนึงถึงชนิดของกระเบื้องมากกว่าราคากระเบื้อง เมื่อรู้อย่างนี้แล้วการปูกระเบื้องครั้งต่อไปอย่าลืมเลือกชนิดกระเบื้องให้เหมาะสมกับชนิดของห้องด้วยทุกครั้ง

รู้จักกระเบื้องห้องน้ำแต่ละประเภท พร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกัน

รู้จักกระเบื้องห้องน้ำแต่ละประเภท พร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกัน

กระเบื้องพื้นห้องน้ำมีความสำคัญที่มากกว่าความสวยงาม คือ เรื่องของการใช้ประโยชน์ที่จะต้องปลอดภัยต่อทุกคนในครอบครัว เพราะเป็นส่วนที่จะต้องโดนน้ำและอยู่ในพื้นที่อับชื้น ไม่โดนแสงแดดหรืออาจจะโดนน้อย จึงทำให้พื้นกระเบื้องห้องน้ำมีคราบสกปรกและคราบต่างๆ เป็นจำนวนมาก การทำความรู้จักกับกระเบื้องห้องน้ำในแต่ละประเภทจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะช่วยทำให้คุณเลือกกระเบื้องได้อย่างเหมาะสมและสามารถทำความสะอาดได้ถูกต้อง ทำให้การใช้กระเบื้องพื้นห้องน้ำเป็นไปอย่างปลอดภัยมากที่สุด ดังนั้นลองมาดูประเภทของกระเบื้องห้องน้ำที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ พร้อมกับคุณสมบัติและข้อดีกับข้อเสียที่คุณควรรู้ดังต่อไปนี้

1.กระเบื้องแบบไวนิล

ถ้าคุณเลือกใช้กระเบื้องภายในห้องน้ำเป็นกระเบื้องไวนิล ที่คุณสามารถเลือกสีและลวดลายได้อย่างหลากหลาย เหมาะกับคนที่ชื่นชอบลวดลายแบบธรรมชาติหรือสีของไม้แท้ที่จะให้ความสวยเหมือนจริง พร้อมการติดตั้งที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย เป็นชนิดกระเบื้องที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้งานได้อย่างทนทาน ไม่แตกร้าว ไม่ก่อให้เกิดอันตรายและราคาค่อนข้างถูกกว่ากระเบื้องชนิดอื่นๆ มีข้อดีในเรื่องของความยืดหยุ่นที่ไม่ทำให้เสียหายง่าย ที่สำคัญคือเรื่องของราคาที่ถูกกว่ากระเบื้องชนิดอื่นๆ การติดตั้งง่ายและสะดวก จึงไม่เสียค่าแรงช่างมากเกินไป แต่ก็มีข้อเสียที่ความสวยงามแบบกระเบื้องจะมีน้อยกว่ากระเบื้องชนิดอื่นและผิวกระเบื้องมักจะติดคราบสกปรกได้ง่าย

2.กระเบื้องแบบเซรามิก

กระเบื้องแบบเซรามิคถูกผลิตมาจากวัสดุที่เป็นเซรามิคคุณภาพสูงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะจะมีหลากหลายลวดลายและสีสัน รวมไปถึงขนาดกับดีไซน์ต่างๆ ให้เลือกเป็นจำนวนมาก พร้อมให้ความสวยแบบงามที่สามารถนำมาทำกระเบื้องพื้นหรือกระเบื้องผนังได้อย่างโดดเด่น โชว์ความงามของบ้านด้วยการใช้กระเบื้องเซรามิคได้อย่างอิสระ จึงทำให้กระเบื้องชนิดนี้ได้รับความนิยมทั้งในบ้าน สำนักงาน และบริษัทต่างๆ

ข้อดีของกระเบื้องชนิดนี้คือดูแลรักษาง่าย ราคาไม่สูงมาก ไม่มีปัญหาเรื่องการดูดซึมของน้ำ ให้ความแข็งแรงทนทานในระดับที่ดีและมีหลากหลายสีสัน, ลวดลาย, ดีไซน์ ส่วนข้อเสียนั้นจะเป็นเรื่องของผิวสัมผัสที่มีความลื่นมาก การทำความสะอาดจึงต้องระมัดระวังให้มาก โดยกระเบื้องแบบเซรามิกที่ได้รับความนิยมอีกหนึ่งรูปแบบคือพอร์ซเลน ที่จะแตกต่างไปจากพื้นกระเบื้องเซรามิคทั่วไป เพราะจะเป็นการนำไปเผาแห้ง จึงทำให้พื้นสัมผัสจะไม่มันเงาแต่จะทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีมาก ไม่เป็นคราบง่าย ซึมซับน้ำได้น้อย ทั้งยังมีหลากสีหลายสไตล์ให้เลือก แต่ข้อเสียคือราคาจะแพงมากและแพงกว่ากระเบื้องเซรามิคทั่วไปมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

3.กระเบื้องแบบหิน

กระเบื้องแบบหินหรือ Stone Tiles ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีการปรับดีไซน์และลวดลายของกระเบื้องให้มีความสวยงาม เน้นให้ดูเป็นธรรมชาติ มีทั้งรูปแบบของการแกะสลัก, การทำรอยให้เหมือนหินจริง, การทำรูปแบบสามมิติที่มีทั้งรอยแหว่งและรอยนูน รวมไปถึงการพ่นเนื้อทรายเพื่อป้องกันความลื่น จะนิยมทำออกมาเป็นสีธรรมชาติ เหมาะสำหรับการปูกระเบื้องพื้นห้องน้ำและกระเบื้องพื้นซักล้างที่จะทำให้ได้ทั้งความสวยงามและความปลอดภัยไปพร้อมกัน จะมีแตกออกเป็นหลายรูปแบบ คือ

  • กระเบื้องหินอ่อนที่จะให้ความเงางามและเพิ่มบรรยากาศของห้องน้ำให้สวยหรู ดูสง่างาม แต่ในขณะเดียวกันหินอ่อนจะเกิดรอยง่าย เป็นคราบแล้วเห็นได้ชัด ที่สำคัญคือราคาสูงที่สุดในบรรดากระเบื้องหินทั้งหมด
  • กระเบื้องหินแกรนิตจะมีความแข็งแกร่งและใช้งานได้อย่างหลากหลาย มีสีกับรูปแบบให้เลือกเป็นจำนวนมาก ให้ข้อดีในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน ทนต่อคราบต่างๆ ได้ดี และสามารถทนต่อความชื้นสูงได้ ไม่ก่อให้เกิดการแตกหักเสียหายที่ง่ายจนเกินไป ตกแต่งห้องน้ำแล้วจะให้อารมณ์ของความเป็น Modern Classic ที่โดดเด่น แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสียในเรื่องของราคาที่สูงมากด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือติดคราบต่างๆ ได้ง่ายและเมื่อโดนน้ำจะลื่นง่ายอีกด้วย

กระเบื้องหินชนวนจะสามารถสลักลวดลายต่างๆ ลงไปได้ เพราะมีความแข็งแรงค่อนข้างสูง ทนทานต่อสภาพอากาศต่างๆ ได้ดี ไม่แตกหักเสียหายง่ายและไม่เป็นรอยขีดข่วนแต่อย่างใด จึงทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้น  นำมาตกแต่งบ้านได้หลากหลายรูปแบบ แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของราคาที่สูงมากเช่นกัน ไม่เหมาะต่อการใช้กับพื้นห้องน้ำเท่าที่ควร เพราะจะให้ความเย็นสูงและจะติดคราบได้ง่าย การทำความสะอาดจึงยากไปด้วย

4.กระเบื้องแบบดินเผา

กระเบื้องแบบดินเผาจะเป็นรูปแบบกระเบื้องดั้งเดิมที่มีใช้มาอย่างยาวนาน ด้วยตัววัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทานมากเพราะทำมาจากดินแดงที่นำมาผสมน้ำจนกระทั่งกลายเป็นดินเหนียว แล้วปูเป็นพื้นกระเบื้องที่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องน้ำไม่ร้อนและไม่เย็นจนเกินไป พร้อมให้ความเป็นธรรมชาติสูง มีความแข็งแรงและทนทาน ถือว่าเป็นกระเบื้องสุดคลาสสิกที่หลายๆ บ้านนำมาตกแต่งแล้วโดดเด่นมากเลยทีเดียว แต่มีข้อเสียในเรื่องของคราบสกปรกที่จะติดง่าย เกิดความเสียหายง่ายและไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ จึงทำให้เกิดคราบตะไคร่ได้ง่ายและจะต้องมีการซีลพื้นซ้ำทุก 2 ปี เพื่อไม่ให้พื้นเสียหายและติดคราบเร็วจนเกินไป

5.กระเบื้องแบบปูน

กระเบื้องปูนจะมีจุดเด่นในเรื่องของความแข็งแรงสูง เป็นตัวเลือกสำหรับการทำพื้นห้องน้ำที่คนไทยนิยมเป็นอย่างมาก เพราะให้อายุการใช้งานที่ยาวนานและวิธีการดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยากจนเกินไป ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแตกหรือรอยขีดข่วนแต่อย่างใด ทั้งยังให้ความโดดเด่นในสไตล์ Loft และสไตล์ Industrial ได้เป็นอย่างดี แต่จะมีข้อเสียในเรื่องของราคาที่ค่อนข้างสูงและเมื่อนำมาใช้กับพื้นห้องน้ำที่ต้องเปียกชื้นตลอดเวลาด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้ติดคราบสกปรกแบบฝังลึกได้ง่าย

กระเบื้องห้องน้ำทั้ง 5 รูปแบบนี้ได้รับความนิยมจากคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะให้ความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์และสามารถออกแบบพื้นห้องน้ำได้อย่างเป็นอิสระแล้ว ยังคุณสมบัติในการดูแลรักษาง่าย ติดตั้งสะดวก และทำให้การใช้งานมีความปลอดภัยอีกด้วย

เนื้อหาเพิ่มเติม ที่น่าสนใจ

สอบถามกระเบื้องกับเรา
ติดต่อได้ที่ : 063-343 8133 หรือคลิกแอด Line